ประตูห้องพักถูกผลักเปิดออก หนิงอานหยวนหิ้วถุงใบใหญ่ใบน้อยกลับมา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข
“สาว ๆ ดูสิ เสื้อผ้าใหม่ที่แฟนฉันซื้อให้”
บนถุงพิมพ์โลโก้แบรนด์ดัง หลี่เหมย์หนีเอ่ยอย่างอิจฉา “ว้าว อานอาน แฟนเธอซื้อเสื้อผ้าให้ตั้งเยอะอีกแล้วเหรอ แฟนเธอดีจังเลย อิจฉาชะมัด”
ลู่ชินก็เข้ามาดูด้วย “ของเยอะขนาดนี้ มีอะไรบ้างเหรอ”
หนิงอานหยวนเชิดหน้าขึ้น “ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่กระเป๋ากับเครื่องประดับนิดหน่อย ไม่ได้แพงอะไร”
หลี่เหมย์หนีกับลู่ชินสบตากัน ต่างเห็นคำเดียวกันในแววตาของอีกฝ่าย
อวด
อวดเก่งจริง ๆ
ก่อนหน้านี้คนที่รวยที่สุดในห้องพักคือตี้จืออิง ตอนนั้นพวกเธอชอบแอบนินทาตี้จืออิงว่าเป็นเศรษฐีใหม่
“เชอะ ตี้จืออิงก็ชอบอวด อยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าบ้านตัวเองรวยอย่างนั้นแหละ”
“เสื้อผ้าจำเป็นต้องเป็นแบรนด์ด้วยเหรอ เสื้อราคาหลักสิบก็ใส่ได้เหมือนกันไม่ใช่หรือไง”
“กระเป๋าแบรนด์กับเครื่องประดับพวกนั้นอีก จำเป็นด้วยเหรอ ก็ไม่ได้จะไปประกวดสักหน่อย แต่งตัวสวยขนาดนั้นให้ใครดูกัน”
ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไปก็รู้สึกเหมือนโดนตบหน้า
อย่างน้อยตี้จืออิงก็ไม่ได้ติดโลโก้ไว้เต็มตัว และไม่ได้เขียนคำว่า ‘ฉันรวย’ ไว้บนหน้าผาก
แต่หลี่เหมย์หนีกับลู่ชินก็ไม่โง่พอจะพูดความคิดในใจออกมาต่อหน้าหนิงอานหยวน ไม่อย่างนั้นคงถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ แน่
“อานอาน ของพวกนี้แฟนเธอซื้อให้ทั้งหมดเลยเหรอ ใจกว้างจัง เยอะมากเลยนะ”
หลี่เหมย์หนีพูดประจบเอาใจ เผื่อหนิงอานหยวนอารมณ์ดีแล้วจะยกของที่ไม่ชอบให้เธอบ้าง
