เขาไล่รายการของจำเป็น “พาคนไปด้วย อาหารกับเครื่องดื่ม โทรศัพท์มือถือ เข็มทิศ เต็นท์ ถุงนอน...”
ตี้จืออิงตอบอย่างจริงใจ “ได้เลยพี่ใหญ่ ขอบคุณพี่ใหญ่นะ”
ตอนนั้นคนอื่น ๆ ในกลุ่มก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา พากันแซวและแท็กตี้จืออิงในกลุ่ม
น้ำเสียงฟังดูไม่จริงจังเอาเสียเลย “ดูจากรูปโปรไฟล์แล้วเป็นผู้หญิงใช่ไหม?”
“ผู้หญิงไปตั้งแคมป์คนเดียวอันตรายนะ อย่าลืมพาแฟนหนุ่มไปด้วยล่ะ”
“ว่าแต่สาวน้อยมีแฟนหรือยัง? อายุเท่าไหร่แล้ว? ส่งรูปมาให้ดูหน่อยสิ”
ตี้จืออิงขมวดคิ้ว รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที
แต่ก็ดีเหมือนกัน นี่เป็นเหตุผลอันชอบธรรมให้เธอส่งข้อความส่วนตัวหาจี้กวนซิง
จี้กวนซิงเองก็เห็นข้อความในกลุ่ม รู้สึกไม่ชอบใจ แต่ไม่ได้ออกมาพูดแทนเธอในกลุ่ม
เรื่องไม่เกี่ยวกับตัวเอง ก็ไม่ต้องไปยุ่ง
โทรศัพท์ส่งเสียงติ๊ง เป็นคำขอเพิ่มเพื่อนจากมือใหม่คนนั้นในกลุ่ม
[พี่ใหญ่คะ ขอบคุณเมื่อกี้มากเลยค่ะ ขอถามพี่ใหญ่อีกสักสองสามข้อได้ไหมคะ?]
จี้กวนซิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดยอมรับคำขอเป็นเพื่อน
“ขอโทษนะคะพี่ใหญ่ ดึกขนาดนี้แล้วยังมารบกวน”
“มีอะไรก็พูดมา”
“ค่ะ หนูอยากขอบคุณพี่ค่ะ ในกลุ่มมีคนตั้งเยอะ แต่มีแค่พี่ที่ใส่ใจคำถามของหนู แถมยังตอบอย่างจริงจัง หนูซาบซึ้งมากเลยค่ะ”
“อืม ไม่เป็นไร แล้วไง? รีบถามให้หมดตอนที่ฉันยังว่างอยู่”
ตี้จืออิงยิ้ม จี้กวนซิงคนนี้ก็ใจดีเหมือนกันนี่นา?
ไฉ่ไฉนึกถึงคำวิจารณ์ของนักอ่านที่มีต่อจี้กวนซิงในนิยายเรื่องนี้ แล้วหัวเราะลั่น “ก็ประธานจอมเผด็จการนี่นา ชอบให้คนยกย่องเชิดชู”
