คืนนั้นซู่ชางไม่กล้าหลับ มือของเธอบีบพวงกุญแจพระที่เสียเงินก้อนโตซื้อมาจากพระสนมในวังแน่นจนข้อนิ้วขาว
เธอคิดว่าคืนนี้คงต้องฝืนความกลัวต่อจากคืนก่อนที่ถูกฉุนเยียนจ้องมองตลอดทั้งคืน
แต่ใครจะไปรู้ว่า ยามที่ทุกสรรพสิ่งเงียบสนิท ฉุนเยียนกลับลุกขึ้นนั่งจากเตียงตรง ๆ ทันที
ซู่ชางฝังหัวลงในผ้าห่ม มือบีบพวงกุญแจพระแน่นหนึบ แต่ยังได้ยินเสียงฝีเท้าของฉุนเยียนก้าวทีละก้าว เดินมาหยุดที่หัวเตียงของเธอ
ทั้งตัวของซู่ชางสั่นสะท้านรุนแรง เหมือนกำลังรอการพิพากษาที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทว่าเธอรอนานมาก นานจนลมหายใจแน่นขัด เสียงใด ๆ ก็ยังไม่ดังขึ้นเลย
พอดีตอนที่ซู่ชางคิดว่าอีกฝ่ายคงแอบเดินจากไปแล้ว จึงทดลองงัดผ้าห่มขึ้นมุมหนึ่ง แล้วยื่นหัวออกไป ก็กลับปะทะโดยไม่ทันตั้งตัว กับคู่ตาคู่หนึ่งที่รอเธอออกมาอยู่แล้วนอกผ้าห่ม จ้องเธอเย็นชา
กลางคืนมืดสนิท เสียงกรีดร้องของซู่ชางกึกก้องไปทั่วที่พำนักของเหล่าพระสนมอีกครั้ง
ทุกคนรวมถึงชิงเกอที่อยู่ห้องเดียวกันถูกปลุกอีกครั้งต่างไม่พอใจ
แต่ครั้งนี้ซู่ชางไม่มีเวลาสนใจสิ่งใดแล้ว ทันทีที่สบตากับดวงตาคู่นั้นของฉุนเยียนนอกผ้าห่ม เธอก็เสียสติโดยสิ้นเชิง
"ขอโทษ! ขอโทษนะฉุนเยียน ขอโทษ!
ฉันไม่ควรทำร้ายแก! ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าแกจริง ๆ ฉันแค่ไม่อยากให้แกแย่งตำแหน่งนางสนมผู้รับใช้ข้างกายของฮองเฮาไป!
ฉันรู้แล้วว่าผิด ฉันรู้จริง ๆ ขอร้องเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะ! ฮือ ๆ ๆ ๆ..."
