ลู่เฟยไม่ได้เตรียมอาหารสุนัขไว้ ก่อนเกิดใหม่เขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะเลี้ยงสุนัข
ลูกสุนัขล่าเนื้อกินซาลาเปาไปตัวละลูก คงอยู่ได้ตลอดทั้งคืน
ลู่เฟยหยิบชามอะลูมิเนียมใบเล็กออกมาจากมิติ ใช้เป็นชามข้าวของลูกสุนัขล่าเนื้อ
ซูจิ้งอี๋ลงแรงแจกชามให้ทุกคนทีละใบ
ร่างกายของลู่เฟยอ่อนแอ คนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน ต่อให้ตอนนี้ทุกคนอยากกินเนื้อแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าให้กิน
ทุกคนต้องค่อย ๆ บำรุงร่างกายเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ พอครบแล้วถึงจะกินเนื้อได้ทีละน้อย
เมื่อกินเนื้อไม่ได้ ทุกคนก็กินของบำรุงแทนได้ ลู่เฟยหยิบลูกท้อกระป๋องออกมา 3 กระป๋อง
น้อง ๆ ต่างพากันมองลู่เฟยที่ลุกขึ้นตาเป็นประกาย ซูหว่านฉิงเห็นดังนั้นก็รีบไปหยิบชามใบใหญ่ 7 ใบกับช้อนเล็กมาจากชั้นวางชาม
“ทุกคนร่างกายอ่อนแอกันทั้งนั้น กินมื้อดึกไม่ดีต่อสุขภาพ พี่จะเปิดลูกท้อกระป๋องให้กินกัน 3 กระป๋อง”
“เมียจ๋า ช่วยแบ่งแป้งแผ่น 5 ชิ้นนี้ที เอาไปป้อนลูกสุนัขก่อน ต่อไปอาหารของพวกมันก็ใช้เศษอาหารที่เรากินเหลือก็พอ”
ลู่เฟยวางลูกท้อกระป๋องทั้ง 3 กระป๋องลงบนเตา จัดชาม 6 ใบวางเรียงกัน แล้วหยิบแป้งแผ่นส่งให้ซูจิ้งอี๋
ให้เจ้าของสุนัขแต่ละคนป้อนแป้งแผ่นหนึ่งชิ้นให้ลูกสุนัขของตัวเอง
จะได้ให้น้อง ๆ สนิทสนมกับลูกสุนัขของแต่ละคนกันเร็ว ๆ
ลู่เทารับแป้งยัดไส้จากซูจิ้งอี๋มา พอเห็นว่าไส้ข้างในอัดแน่นไปด้วยเนื้อก็ถึงกับตะลึง เขารีบมองลู่เฟยที่กำลังเปิดกระป๋องแล้วถามว่า “พี่ใหญ่ แป้งยัดไส้นี่จะเอาไปป้อนลูกสุนัขจริง ๆ เหรอ ของดีขนาดนี้ผมยังเคยกินแค่ครั้งเดียวเองนะ”
