พอเห็นลู่เฟยกินข้าวเสร็จ หวังเถี่ยจู้ก็รีบพูดขึ้นว่า “ลู่เฟย ลูกสะใภ้ฉันเพิ่งอยู่ไฟครบเดือน หลานชายตัวน้อยอายุเดือนครึ่งแล้ว แต่ทุกวันยังกินไม่อิ่ม”
“เสี่ยวหู่ลูกชายฉันเอาแต่ขอร้อง ฉันเองก็จนปัญญาจริง ๆ ถึงได้มาหานายให้ช่วย”
เห็นลู่เฟยตั้งใจฟัง หวังเถี่ยจู้ก็พูดต่อ “ไข่ แป้งสาลีขัดขาว น้ำตาลทรายขาว แล้วก็ลูกพีชกระป๋องที่บ้านนาย พอจะแบ่งขายให้ฉันได้บ้างไหม? ฉันไม่มีคูปอง แต่จ่ายเงินให้ นายว่าได้หรือเปล่า?”
“ได้สิ”
ลู่เฟยยิ้มพลางพยักหน้าตกลง
“หา? นายตกลงง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
หวังเถี่ยจู้ชะงักไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าลู่เฟยจะตกลงง่ายดายเช่นนี้ คำพูดที่เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนอยู่บ้านกลับไม่ได้ใช้สักคำ
“อืม ตกลงแล้วไม่ดีหรือไง? หรืออยากได้ยินฉันปฏิเสธ?”
ลู่เฟยหยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋า จุดสูบขึ้นมา ส่วนหวังเถี่ยจู้นั้นเขาไม่คิดจะให้ เพราะเมื่อวานก็ให้ไปตั้งสองซองแล้ว
“ไข่ 2 ชั่ง 6 หยวน แป้งสาลีขัดขาว 4 ชั่ง 14 หยวน ลูกพีชกระป๋อง 1 กระปุก 7 หยวน น้ำตาลทรายขาว 1 ชั่ง 5 หยวน ถ้าจะเอาทั้งหมดก็จ่ายมา 32 หยวน”
อีกเดี๋ยวลู่เฟยต้องไปเป็นเพื่อนซูจิ้งอี๋กลับบ้านเดิม ไม่มีเวลามานั่งต่อรองกับหวังเถี่ยจู้ จึงบอกจำนวนกับราคาไปตรง ๆ
“แพงขนาดนี้เชียว?”
พอได้ยินราคา หวังเถี่ยจู้ก็คิดในใจว่ามันแพงเกินไปแล้ว
“หัวหน้าหวัง จะซื้อหรือไม่ซื้อก็แล้วแต่นาย ฉันไม่ได้ผลิตของพวกนี้เองสักหน่อย ทั้งหมดฉันก็ซื้อมาจากตลาดนัดลับในราคานี้”
