“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วป่าทึบ จนฝูงนกกระจอกในป่าพากันบินหนีกระเจิดกระเจิง
ร่างของเสี่ยวซื่อเอนวูบ ก่อนล้มลงบนพื้นหิมะ มือยังคงกอดปืนไรเฟิลไว้แน่น
ซูหว่านฉิงมั่นใจในฝีมือยิงปืนของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม รู้ว่ากระสุนนัดเดียวต้องยิงถูกศัตรูแน่ ในชั่วพริบตานั้นเธอวางแผนขั้นต่อไปไว้เรียบร้อยแล้ว
เธอรีบดึงลูกเลื่อนขึ้นลำกระสุน แล้วเหนี่ยวไกต่อทันทีโดยไม่ลังเล
“ปัง!”
กระสุนนัดหนึ่งยิงเข้ากระดูกสะบักขวาของเสี่ยวซื่ออย่างแม่นยำ กระดูกถูกยิงทะลุจนแตกละเอียด ความเจ็บปวดทำให้เขากรีดร้องออกมาอีกครั้ง
“อ๊าก…!”
“เสี่ยวซื่อ!”
“พี่สี่! อ๊าก! ไอ้ผู้หญิงสารเลว แกมันนังชั้นต่ำ!”
“ปัง! ปัง! ปัง!”
เสียงปืนดังต่อเนื่องมาจากในป่าทึบ กระสุนทั้งหมดพุ่งเข้าใส่กระสอบข้าวตรงหน้าซูหว่านฉิง
ซูจิ้งอี๋ราวกับอสรพิษที่ซุ่มรออยู่นาน จับจุดอ่อนร้ายแรงที่ศัตรูเผยออกมาได้ แล้วลงมือโจมตีพวกเขาอย่างเงียบงัน
“พุ่บ!”
กระสุนนัดหนึ่งเจาะทะลุศีรษะชายคนหนึ่งอย่างแม่นยำ ผู้ถูกยิงไม่ทันแม้แต่จะร้องก็หงายหลังล้มลงแน่นิ่ง
กลางหน้าผากมีรูเลือดขนาดใหญ่จากกระสุนปืนซุ่มยิง
กระสุนที่ยิงถี่รัวกระแทกใส่กระสอบข้าวตรงหน้าซูหว่านฉิง เธอนอนตะแคงคว่ำอยู่บนหนังแกะ ใช้สองมือกุมศีรษะ แล้วหันหลังให้กระสอบข้าว
เสื้อเกราะกันกระสุนช่วยป้องกันกระสุนได้ เมื่อครู่ลู่เฟยถูกยิงตั้งสามนัดยังไม่เป็นอะไร ขอแค่ปกป้องศีรษะไว้ก็ไม่ถึงตาย นี่คือข้อสรุปแรกที่ซูหว่านฉิงคิดได้
