“พี่ใหญ่ หนูดูไม่ออกเลย ข้างบนนั่นบอกเวลากี่โมงเหรอ?”
ลู่ซิ่วชอบเวลาพี่ใหญ่แสดงความสนิทสนมกับเธอ เมื่อก่อนเขาแทบไม่สนใจเธอเลย ตอนนี้กลับลูบหัวให้ เธอรู้สึกมีความสุขมาก เพียงแต่ไม่รู้จักเข็มนาฬิกาบนหน้าปัด จึงได้แต่เอ่ยถาม
“เอ่อ?”
ลู่เฟยชะงักไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าใช่แล้ว ดูเหมือนลู่เทา ลู่ซิ่ว และลู่หลานต่างก็ไม่รู้จักเข็มนาฬิกา พวกเธอรู้แค่ว่านี่เป็นของราคาแพง
ลู่เฟยเรียกสวีหงเหมยมาหา “พี่สวี น้อง ๆ ของผมไม่รู้จักเข็มนาฬิกา ถ้ามีเวลาช่วยสอนพวกเธอหน่อยนะครับ”
“ได้จ้ะ”
สวีหงเหมยรีบพยักหน้ารับ ต่อไปก็มีทางทำมาหากินแล้ว ไม่ต้องอดตายอีก เธอมีแต่ความซาบซึ้งใจ ลู่เฟยพูดอะไร เธอก็พร้อมรับปากทันที
สำหรับสวีหงเหมยแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่นับเป็นการจัดแจงงานอะไรเลย
คนในเมืองทำงานในโรงงาน ช่วงสามปีแรกได้เงินเดือนแค่ 15 หยวน 6 เหมา แถมไม่มีข้าวให้กิน
แต่ที่บ้านตระกูลลู่ไม่เพียงให้เงินมากกว่า ยังเลี้ยงข้าวเธอกับลูกสาวอีกสองคนวันละสามมื้อ ทั้งยังให้ดินสอ ยางลบ กล่องใส่เครื่องเขียน แฟ้มหนีบ สมุด และสมุดตารางช่องสี่เหลี่ยมแก่เด็ก ๆ แล้วยังเอาขนสัตว์ล้ำค่าของตัวเองมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าให้พวกเธออีก
เธอรู้ว่าลู่เฟยกำลังช่วยเหลือแม่ลูกสามคนอย่างอ้อม ๆ
สวีหงเหมยรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีคุณความดีอะไรเลย เงินเดือนเดือนละ 20 หยวนก็ไม่คุ้มกับตัวเธอด้วยซ้ำ
