“คุณปู่ หนูยิงได้ 4 ตัว เสี่ยวหย่วนยิงได้ 2 ตัว ส่วนลู่เฟยยิงได้ 1 ตัว เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านเดิม หนูเคยขึ้นเขาไปล่าสัตว์กับพ่อ เลยฝึกวิชายิงปืนมาค่ะ”
ซูจิ้งอี๋ยิ้มพลางเล่าให้ชายชราฟัง
“เสี่ยวเทา ลู่ซิ่ว พวกเธอสองคนยกโต๊ะมาหน่อย”
ซูจิ้งอี๋ประคองชายชราให้นั่งลง ก่อนจะสั่งน้องชายกับน้องสาว
ลู่เฟยเข้าไปในบ้าน แล้วหยิบกับแกล้มออกมาจากมิติ จัดใส่จาน วางบนถาดแล้วยกออกมา
“โอ๊ย หลานรักของปู่ ของกินตั้งเยอะแยะ ยังมีเหล้าอีกหรือ?”
“ถั่วลิสงทอดนี่ แล้วนี่เนื้อหัวหมูหรือ? ไส้กรอก? นี่...นี่มันหัวเป็ดหรือ?”
พอชายชราเห็นลู่เฟยยกถาดมา เขาก็ค่อย ๆ วางอาหารลงตรงหน้า ทีละอย่าง ชายชราก็เรียกชื่ออาหารตามไปทีละอย่าง
ลู่เฟยบิดฝาขวดเหล้าขาวออก แล้วรินใส่ถ้วยจนเต็ม “เมียจ๋า ไปทำแตงกวาทุบสักจาน แล้วเอาหมั่นโถวมาอีกสองลูกด้วย พี่สวี วางมีดก่อนนะ ช่วยผัดไข่ใส่ต้นหอมให้หน่อย”
“โอ๊ย หลานรักของปู่ ไม่ต้องวุ่นวายแล้ว ไม่ต้องไปหรอก แค่นี้ก็พอแล้ว พอแล้ว”
ชายชราตื่นเต้นจนเกือบลุกพรวดขึ้นมา ที่สำคัญคือคำพูดของเขาไม่มีน้ำหนัก แต่ลู่เฟยพูดทีไรก็ได้ผล
ซูจิ้งอี๋กับสวีหงเหมยเดินออกไป
พี่น้องตระกูลลู่เห็นของกินบนโต๊ะแล้วละสายตาไม่ได้ ส่วนคนอื่น ๆ ที่ตามชายชรามาแทบอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
มีแต่อาหารจานเด็ดไว้กินกับเหล้า แถมยังใช้วัตถุดิบล้ำค่า ต่อให้เป็นช่วงปีใหม่ก็ใช่ว่าจะได้กินดีขนาดนี้
