“หัวหน้าครับ ท่านไม่รู้หรอก ผมได้ยินคนพูดกันว่าไอ้ลู่เฟยคนนั้นร่ำรวยขึ้นมา มันบอกคนอื่นว่าเก็บโสมป่าบนเขาไปขายได้เงินมา แต่ผมลองวิเคราะห์ดูแล้วว่ามันไม่ชอบมาพากล”
เฉินเอ้อร์โก่วพูดพลางกลอกตาไปมาอย่างมีเลศนัย
“เขาจะร่ำรวยหรือไม่เกี่ยวอะไรกับแก กินหัวไชเท้าเค็มแล้วเที่ยวเสือกเรื่องชาวบ้าน ถ้าไม่มีธุระอื่นก็รีบไสหัวไป”
หัวหน้าหวังเกลียดคนอย่างเฉินเอ้อร์โก่วที่สุด จึงไม่คิดจะทำดีด้วยแม้แต่น้อย
“ก็ลู่เฟยติดเงินผมอยู่นี่ครับ พอได้ยินข่าวว่ามันร่ำรวย ผมก็ไปทวงหนี้ที่บ้านมัน ใครจะรู้ว่าพอไปถึงกลับไม่เห็นใครอยู่บ้านเลยสักคน”
“ผมสงสัยว่าลู่เฟยทำเรื่องไม่ดีอยู่ ต้องกำลังเก็งกำไรค้าของเถื่อนแน่ ๆ นี่ผมเลยรีบมารายงานหัวหน้าโดยทันทีครับ”
เฉินเอ้อร์โก่วยังคงพูดให้ร้ายลู่เฟยต่อไป
“ถุย! ในเมืองกับในอำเภอมีสถานีรับซื้อเต็มไปหมด หมู่บ้านเราก็มีเจ้าหน้าที่จัดซื้อมาทุก ๆ สองสามวัน ใครมันจะโง่เง่าออกไปเก็งกำไรค้าของเถื่อน หัวแกโดนลากระแทกมาหรือไง?”
“หมู่บ้านเสี่ยวเหอมีคนเลวทรามอย่างแกได้ยังไง รีบไสหัวไปให้พ้น ๆ เลย!”
หัวหน้าหวังด่าเฉินเอ้อร์โก่วเสียยกใหญ่ พอด่าจบก็เอาไม้ขีดจุดบุหรี่ที่มวนไว้ สูบแล้วช่างสะใจจริง ๆ
“หัวหน้าครับ ผมไม่ได้จับลูกบ้านท่านกระโดดบ่อน้ำนะ ทำไมถึงด่าผมอยู่เรื่อยเลย”
หัวหน้าหวังเหลือบมองเฉินเอ้อร์โก่ว “หัวแกโดนลากระแทกยังไม่เป็นไร แล้วจะมาแคร์อะไรกับการโดนด่า”
เฉินเอ้อร์โก่วรู้สึกว่าคุยกันออกนอกเรื่องไปหน่อย จึงรีบดึงกลับเข้าประเด็น “บ้านลู่เฟยย้ายไปแล้วครับหัวหน้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ”
