“เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิด พวกคุณอย่าเพิ่งวู่วามกัน ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น”
“เมื่อกี้ผมกลัวว่าลูกบุญธรรมจะก่อเรื่องถึงตาย เลยตกใจจนห้ามตัวเองไม่อยู่”
หลี่เว่ยกั๋วหันกลับมา รีบอธิบายให้ซูจิ้งอี๋ฟัง
เขาไม่คิดเลยว่า ภรรยาสาวของบ้านลู่ที่ดูสวยสะสางจะดุดันจนน่ากลัวขนาดนี้ พูดไม่เข้าหูกันนิดเดียวก็พร้อมลงไม้ลงมือแล้ว
“ลู่เทา รีบวางปืนลง อยากยิงคนให้ตายหรือไง”
หวังเถี่ยจู้เช็ดเหงื่อบนใบหน้า พอเห็นอย่างนั้นก็เลิกเกลี้ยกล่อมลู่เฟย แล้วรีบหันไปปรามลู่เทาแทน
นั่นมันปืนนะ ปืนจริง ๆ ถ้าจู่ ๆ ลั่นขึ้นมาจะทำยังไง เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกล้าทำได้ทุกอย่างทั้งนั้น
ในจังหวะนั้นเอง เสียงใสกังวานก็ดังเข้าหูทุกคน
“เพียะ!”
ลู่เฟยตบหน้าเฉินเอ้อร์โก่วอีกครั้ง “ไสหัวไป”
เฉินเอ้อร์โก่วโดนตบหน้าติดกันสองที พลันเดือดดาลขึ้นมา “ลู่เฟย แกนี่มัน... คิดว่าฉันเป็นดินปั้นหรือไงวะ?”
“อ้าว ยังจะปากดีอีกหรือ?”
ลู่เฟยเลิกคิ้ว ก่อนจะเตะเข้าที่ท้องเฉินเอ้อร์โก่วเต็มแรง
“โอ๊ย!”
เฉินเอ้อร์โก่วถูกเตะจนก้นจ้ำเบ้า นั่งแหมะลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ร้องโอดโอยไม่หยุด
ลู่เฟยเหวี่ยงแขนขึ้น แล้วฟันมีดทหารในมือลงใส่ร่างเฉินเอ้อร์โก่ว
“ช่วยด้วย! ฆ่าคนแล้ว!”
คนขวัญอ่อนคนหนึ่งร้องออกมาเสียงดัง
คนอื่น ๆ ต่างมึนงงไปหมด นี่เอาจริงถึงขั้นฟันคนเลยหรือ? ในหัวมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
เฉินเอ้อร์โก่วนั่งกุมท้องอยู่บนพื้น พอเห็นลู่เฟยถือมีดเล่มใหญ่ฟันเข้าหาตัว ก็ตกใจจนลืมความเจ็บที่ท้อง รีบพลิกตัวหนีไปด้านหลัง
