หลินกั๋วเฉวียนเห็นว่าหัวลูกศรถูกหักทิ้งแล้ว ก็จับข้อมือหน้าแผลไว้ทันที มือขวาคว้าปลายก้านลูกศรเอาไว้
“ฉึก”
หน้าแผลยังไม่ทันตั้งตัว ไอ้ทึ่มนี่ก็ดึงลูกศรออกมาเสียแล้ว
“อ๊าก!”
“แม่งเอ๊ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว ไอ้โง่เอ๊ย!”
จากนั้นเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดก็ดังขึ้นอีกครั้ง หน้าแผลเจ็บจนตัวสั่น แถมยังฉี่ราดเต็มกางเกง
พอเจ้าหกวิ่งกลับมา ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของพี่หน้าแผล รวมถึงเสียงด่าของเขา
เฉาเต๋อวั่งเห็นคนวิ่งกลับมา ก็รีบปรี่เข้าไปคว้าไหล่เจ้าหกทั้งสองข้าง เขย่าพลางถาม “ดีแล้วที่นายไม่เป็นไร แล้วอีกสองคนล่ะ?”
เจ้าหกปัดมือเฉาเต๋อวั่งออก “เขย่าบ้าอะไร พี่หน้าแผลเป็นยังไงบ้าง?”
เจ้าหกไม่สนใจเฉาเต๋อวั่ง เผลอถามออกมาแล้วก็รีบเดินเข้าไปหา
ตอนนี้หน้าแผลเจ็บจนตัวสั่น ไม่มีอารมณ์จะสนใจเรื่องอื่น ข้าง ๆ ยังมีหลินกั๋วเฉวียนไอ้ทึ่มที่เอาแต่พูดไม่หยุดอีกคน
“พี่หน้าแผล อดทนไว้นะ ผมจะทายาห้ามเลือดให้”
หลินกั๋วเฉวียนล้วงขวดยาออกมาจากอกเสื้อ เปิดฝาแล้วเตรียมจะทายาที่ข้อมือของหน้าแผล
“ทาบ้าอะไร! ลูกศรทะลุข้อมือไปแล้ว เส้นเลือดคงขาดแน่ ๆ รีบใช้ผ้าพันไว้ก่อน ฉันจะพาเขาไปโรงพยาบาลในเมือง ถ้าไปตอนนี้ยังต่อเส้นเลือดได้”
“ถ้านายทายาห้ามเลือดเสร็จ หมอก็ไม่มีทางต่อเส้นเลือดได้แล้ว คิดจะทำให้มือเขาพิการหรือไง?”
คนขับรีบยื่นมือห้ามการกระทำบุ่มบ่ามของหลินกั๋วเฉวียน พอจับมืออีกฝ่ายไว้ได้ก็ขึ้นเสียงใส่
