เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นางทงก็จัดเตรียมสิ่งของทั้งปวงครบถ้วนแล้ว
ภายในป้อมตระกูลต้ง มีรถวัวสี่คันถูกนำมาเทียมเรียง เฉินซานกับผู้คุมบัญชีของนางทงต่างขึ้นทะเบียนตรวจรับสิ่งของกัน ชนเผ่าตระกูลต้งต่างพากันมาล้อมดูความอึกทึก มีเด็กชายหญิงวัยก้นมวยผมทิวกว่าสิบคนวิ่งเล่นขันแข่งอยู่รอบรถวัว
นับตั้งแต่ก่อตั้งป้อม ยังไม่เคยมีชนชั้นสู่เข้ามาในตระกูลทงเลย ทุกคนจึงรู้สึกว่าหน้าตาเปื้อนแสงศักดิ์ศรีไปทั้งป้อม
ยิ่งเมื่อรู้ว่าอาหลิงกับอาเฮิงจะได้ตามไปรับใช้ท่านชายผู้ปานเทพเจ้านั้น ทั้งที่รับเงินเดือนเดือนละสองพันเหรียญ หญิงสาวคนอื่น ๆ ในป้อมต่างอิจฉาจนแทบคลั่ง
รถวัวสี่คันถูกจัดเรียงเป็นแนว สองคันหน้าบรรทุกธัญญาหาร ข้าวเปลือกสามสิบถังกับข้าวหอมมะลิสองถังถูกบรรจุลงในถุงปอธรรมดายี่สิบสองใบ ใบละหนึ่งถัง ถุงปอนั้นเป็นผ้าปอหยาบที่ตระกูลต้งทอขึ้นเอง
คันที่สามวางเกลือไว้ก่อน แล้วจึงบรรทุกผ้าปอหยาบกับเสื้อป่าน ผ้าปอนั้นย่อมไม่ใช่ผ้าปอเนื้อละเอียดที่ชนชั้นสู่นุ่งห่ม หากเป็นผ้าปอหยาบที่ตระกูลต้งทอขึ้นเอง เนื้อแน่นทนทาน สีเทาอมน้ำตาล
เสื้อป่านนั้นก็ตัดจากผ้าปอชนิดนี้ รอยเย็บถี่ละเอียด ชายคอและข้อมือมีการเสริมด้วยให้แน่นหนา เป็นฝีมือของบรรดาหญิงในป้อมที่ริริ่งเย็บทิ้งไว้แต่ก่อน
ยังมีเสื่อและรองเท้าฟาง ตลอดจนขวานฟันฟืนและหม้อดินเผา บรรจุเต็มอีกสามคัน
รถวัวคันสุดท้ายใช้สำหรับบรรทุกของใช้ของเซี่ยหงส์โดยเฉพาะ ม่านกางเตียง เบาะรองนอน ครบถ้วนทุกอย่าง กระทั่งสมุดข่อยพู่กันกระดาษหมึก และแม้แต่ชุดสำรับเครื่องกระเบื้องเขียวคราบที่เซี่ยหงส์เพิ่งใช้รับประทานอาหาร ต้งเสวียนก็ยังเจ็บปวดใจนักหนานักก่อนจะจัดขึ้นรถมาให้
ที่เหลือก็คือหม้อดินเผาใบใหญ่ยี่สิบใบนั่นเอง
ของก้อนนี้ผูกปากด้วยเชือกปอ แล้วจึงมัดยอดลงบนรถวัวสองคันหน้าที่บรรทุกธัญญาหาร
