จ้าวจื้อหัวพยักหน้า ตอบอย่างสงบนิ่งว่า “แยกบ้านกันแล้ว คนบ้านนั้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น!”
“จื้อหมิง บ้านฉันเพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่ ที่บ้านไม่มีแม้แต่ฟืนไว้ก่อไฟ!”
“ทางบ้านนายมีฟืนอยู่ไม่น้อย ให้ฉันยืมไปก่อนสักหน่อย อีกไม่กี่วันหิมะละลายแล้ว ฉันจะขึ้นเขาไปตัดฟืนมาคืนให้”
จ้าวจื้อหัวไม่ลังเล เอ่ยจุดประสงค์ที่มาหาออกมาตรง ๆ
“จะคืนทำไม ฟืนนิดเดียวเอง อยากได้เท่าไรก็เอาไปเถอะ”
“จริงสิ ฉันได้ยินว่านายอยู่บ้านที่กองพลสร้างไว้ให้พวกเยาวชนผู้มีการศึกษา บ้านอยู่ใกล้ตีนเขา ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ!”
“ตอนนี้บนเขาหนาวจัดจนพื้นเป็นน้ำแข็ง ไม่แน่ว่าพวกหมาป่าหรือหมูป่าอาจลงมาจากเขาก็ได้ กลางคืนอย่าหลับสนิทเกินไปล่ะ!”
จ้าวจื้อหมิงโบกมือ ก่อนเดินไปยังที่กองฟืนแห้ง แล้วก้มลงยกฟืนมัดใหญ่ขึ้นมา
“ฉันทำเองก็ได้ ไม่ต้องลำบากนายหรอก!”
จ้าวจื้อหัวรีบห้าม
เมื่อครู่เขาสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าบนตัวจ้าวจื้อหมิงยังค่อนข้างใหม่ มีรอยปะเพียงหนึ่งหรือสองแห่ง ปกติเขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายใส่ตัวนี้เลย
เห็นได้ชัดว่าเสื้อตัวนี้มีความสำคัญกับจ้าวจื้อหมิงมาก
“เอาน่า จะอ้ำอึ้งอะไรอยู่ นายก็ยกไปอีกมัด เรากลับไปด้วยกัน!”
จ้าวจื้อหมิงพูดพลางยิ้ม ก่อนหมุนตัวเดินออกไป
จ้าวจื้อหัวรีบยกฟืนมัดใหญ่อีกมัด แล้วเดินตามหลังจ้าวจื้อหมิงไป
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงบ้านใหม่
“สวัสดีครับป้า!”
พอเห็นหลี่ซิ่วผิง จ้าวจื้อหมิงก็รีบทักทาย
หลี่ซิ่วผิงเห็นฟืนแห้งในมือทั้งสองคนก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบพูดว่า
