เจียงหลีสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความอ่อนโยนและความทะนุถนอมที่เขามีต่อนาง
ร่างทั้งร่างของนางอ่อนยวบอยู่ในอ้อมแขนเขา
มือทั้งสองข้างเผลอกำเสื้อด้านหลังของเขาแน่น จมดิ่งอยู่ในจุมพิตอันอ่อนโยนจนถึงขีดสุดนี้
กาลเวลาราวกับหยุดนิ่งลงในชั่วขณะนี้
จุมพิตนี้ดำเนินอยู่นานแสนนาน
นานจนเจียงหลีคิดว่าตนเป็นลูกกวาดที่กำลังจะละลายอยู่ในความอ่อนโยนนี้
เจียงเฉินเหยียนจึงค่อย ๆ ถอนจุมพิตอย่างอาลัยอาวรณ์
สันจมูกโด่งของเขาแนบคลอเคลียปลายจมูกนาง ลมหายใจของทั้งสองเกี่ยวกระหวัดประสานกัน
ดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง น้ำเสียงแหบพร่าเปี่ยมเสน่ห์ เจือความอาลัยอาวรณ์อย่างไม่รู้จบ
“เด็กดี”
ฝ่ามือใหญ่ของเขาลูบไล้เส้นผมยาวของนางอย่างอ่อนโยน
“เจ้าไม่ต้องทำเรื่องเช่นนั้นหรอก”
“เพียงเจ้ารักข้าก็พอ”
เขาประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากนาง “แค่รักข้าเพิ่มขึ้นอีกสักนิดทุกวันก็เพียงพอแล้ว”
เจียงหลีฟังคำวิงวอนที่เจือความไม่มั่นใจของเขา ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย
ชายผู้สังหารคนโดยไม่กะพริบตาเมื่ออยู่ต่อหน้าคนภายนอก
เมื่ออยู่ต่อหน้านางกลับถ่อมตนจนน่าปวดใจ
นางกำลังจะเอ่ยอะไรสักอย่างเพื่อปลอบเขาอีกหน่อย
ถือโอกาสรับรองด้วยว่านางจะไม่มีวันทอดทิ้งเขาเด็ดขาด
ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันตรายบางอย่างใต้ผ้าห่ม
อุณหภูมิร่างกายของชายหนุ่มพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
ร่างเจียงหลีแข็งทื่อ ดวงตากลมฉ่ำเบิกกว้าง
ไม่จริงน่า
เมื่อครู่เพิ่งจบไปเองไม่ใช่หรือ
เขาไม่ได้ซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหลแล้วหรือไร
ลูกกระเดือกเจียงเฉินเหยียนขยับ ดวงตากดทับแรงปรารถนาอันเข้มข้นไว้
ชายหนุ่มพลิกตัวทันที
ฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าวกดเอวบางที่พยายามถอยหนีของนางไว้
