สายตาของเฉินล่อกลับไปหยุดอยู่ที่ข้อมูลของเหลียงชื่อเจี๋ยอีกครั้ง
เดิมทีเขาคิดว่าการล้างมลทินให้เจ้าของร่างเดิมกับการจับเพ่ยจือเหิงเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่ถ้าข้อสันนิษฐานเมื่อครู่ถูกต้อง คนที่ฆ่าเหลียงชื่อเจี๋ยและใส่ร้ายเจ้าของร่างเดิม กับฆาตกรต่อเนื่องคนนั้นอาจไม่ใช่คนเดียวกัน
ถ้าเป็นอย่างนั้น ลำดับความสำคัญของเรื่องต่าง ๆ ก็ต้องจัดใหม่
สำหรับเฉินล่อแล้ว การต้องแบกรับสถานะผู้ต้องหาตามหมายจับไม่ใช่เรื่องยุ่งยากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ถูกจำกัดในหลายด้าน
ไม่ว่าจะสืบค้นข้อมูล ติดต่อพยาน หรือใช้ทรัพยากรของตำรวจ ก็ไม่สะดวกเท่ากับการกลับไปมีสถานะเป็นตำรวจ
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่การจัดการเพ่ยจือเหิงทันที
แต่คือการสืบให้รู้ว่าเหตุใดเหลียงชื่อเจี๋ยถึงตาย หาตัวคนที่ฆ่าเขาจริง ๆ และล้างมลทินให้เจ้าของร่างเดิม
ขอเพียงกลับเข้ากองตำรวจได้ เขาก็จะสืบต่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องจัดการเพ่ยจือเหิงค่อยทำทีหลังก็ยังไม่สาย
คิดได้ดังนั้น เฉินล่อจึงวางข้อมูลอื่นไว้ก่อน แล้วหันกลับมาจับตาแฟ้มของเหลียงชื่อเจี๋ยอีกครั้ง
ตอนนี้เหลือปัญหาอยู่ข้อเดียว
ตกลงแล้วเหลียงชื่อเจี๋ยตายเพราะอะไรกันแน่?
เฉินล่อเข้าไปค้นในระบบต่าง ๆ ทันที เพื่อค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่เหลียงชื่อเจี๋ยทิ้งไว้
แต่ผลลัพธ์กลับเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
นอกจากข้อมูลทะเบียนบ้านและประวัติการศึกษาที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตตามปกติแล้ว บันทึกด้านอื่น ๆ ของเหลียงชื่อเจี๋ยแทบจะว่างเปล่า
ไม่มีบัตรเครดิต รายการเดินบัญชีธนาคารก็น้อยจนน่าสงสาร ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ แม้แต่ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วรถไฟก็ไม่เคยซื้อ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยกู้เงิน ไม่มีประวัติซื้อของออนไลน์ ไม่เคยเข้าพักโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน และแทบไม่เคยทิ้งร่องรอยการใช้จ่ายที่ระบบสามารถติดตามได้ กระทั่งโทรศัพท์ในถุงหลักฐานก็ยังเป็นมือถือรุ่นเก่า
