สวรรค์ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เล่า
หลินซื่อผู้นั้นเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยออกงานเลี้ยงสังสรรค์ของเหล่าฮูหยินในเมืองหลวง
ส่วนเว่ยเจินหลานบุตรชายเพียงผู้เดียวของนาง รูปลักษณ์งดงามดุจหยก กิริยามารยาทอ่อนช้อยงดงาม
เป็นวีรชนหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ในตงจิง ที่รุ่งโรจน์ที่สุดรองจากพี่ใหญ่ของข้า
สอบจอหงวนชั้นหนึ่งปีเดียวกับพี่ชาย เป็นบัณฑิตในสำนักฮ่องเต้ อนาคตไกล เป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ในตงจิงไม่รู้เท่าไหร่
“หา” ซูซีตกใจจนหน้าถอดสี “นางเซวียหนิงคู่ควรกับเว่ยเจินหลานตั้งแต่เมื่อใดกัน”
พอดีซูจ้านเดินเข้ามาใกล้ ได้ยินประโยคนี้เข้าอย่างจัง
บุรุษผู้นี้มีอำนาจบารมีแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เพียงแค่ปรายตามองซูชิงอย่างเหยียดหยาม
ซูชิงก็หดคอเหมือนกระต่ายน้อย หลบไปอยู่ข้างหลังซูซีอย่างรวดเร็ว
ซูซีกระตุกยิ้มมุมปาก “น้องสี่เป็นคนพูดไม่ยั้งคิดจนติดเป็นนิสัย พี่ใหญ่อย่าได้ถือสาเลยเจ้าคะ”
เรื่องในเรือนหลังนี้ ซูจ้านแทบไม่เคยยื่นมือเข้ามาก้าวก่าย
เรื่องรักใคร่จุกจิกของพวกเด็กสาว เขาก็ไม่เคยสนใจ
เขากำลังจะสาวเท้าจากไป แต่นึกถึงคำพูดของซูซีเมื่อครู่ได้ จึงหยุดชะงักเท้า “เมื่อครู่พวกเจ้าพูดอะไรกัน”
ซูซีรีบตอบ “มิ...มิได้พูดอะไรกันเลยเจ้าค่ะ...”
ซูจ้านปรายตามองซูซีด้วยหางตา ในแววตาไม่มีความอดทนหลงเหลืออยู่เท่าใดนัก
ซูซีกลืนน้ำลายลงคอ นางเกรงกลัวพี่ชายที่บารมีน่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงอิริยาบถใด ๆ ผู้นี้จนเต็มอก
“ก็แค่เอ่ยถึงงานเลี้ยงรับรองเป็นสมาชิกครอบครัวของคุณน้องเซวียอยู่บ้าง... อีกไม่กี่วันก็จะถึงปลายเดือนสิบแล้ว... พวกเรากำลังหารือกันว่าจะมอบของขวัญอะไรให้คุณน้องเซวียดี... ตอนนี้ยังตกลงกันไม่ได้เลยเจ้าค่ะ...”
