เมื่อคำพูดจบลง ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งก้าวเข้ามา ยืนอยู่ข้างกายนาง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสนลอยมา สดชื่นรื่นรมย์
เซวียหนิงเบือนหน้า มองชายที่ยืนข้างกายนาง “ท่านหลี่ ท่านไม่ได้รอข้าอยู่ที่ประตูมุมจวนหรอกหรือ”
หลี่ฉางเช่อเลิกมองซูจ้าน หันมามองที่เซวียหนิง “ข้ามาช้าไปหน่อย นึกไม่ถึงว่าจะพบเจ้าที่นี่”
มุมปากของเซวียหนิงยกยิ้ม “เช่นนั้นเรารีบไปกันเถิด”
บุรุษผู้นั้นรักษาระยะห่างกับนางอย่างเหมาะสม ทว่ากลับบดบังสายตาของซูจ้านอย่างแนบเนียน “อืม”
ทั้งสองพูดคุยกันเอง โดยไม่สนใจซูจ้านและซิ่วหนิงจวิ้นจู่ที่อยู่บนระเบียงเลย
บรรยากาศค่อนข้างอึดอัด ทว่าเซวียหนิงก็มิได้อธิบายอะไร
ซูจ้านเพิ่งจะตระหนักในตอนนี้ ว่าเขาดูเหมือนจะเข้าใจนางผิดไปอีกแล้ว
เขาขมวดคิ้วแน่น ดวงตายาวลึกเป็นประกาย “จะไปไหน”
ในน้ำเสียงนั้น มีความเย็นชาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต
เซี่ยหนิงถังเอ่ยด้วยความสงสัย “น้องอาหนิง เจ้าจะออกจากจวนไปกับท่านหลี่ผู้นี้ด้วยกันหรือ เขาเป็นบุรุษนอก เพิ่งมาถึงจวนโหวเมื่อวาน เจ้าเป็นหญิงสาว ควรระวังชื่อเสียงของตนเองบ้างมิใช่หรือ”
คำพูดของเซี่ยหนิงถัง ทำให้ในใจของซูจ้านยิ่งไม่ชอบท่าทีของเซวียหนิง
เขาก้าวเข้าไป คว้าแขนร้อนของเซวียหนิงผ่านแขนเสื้อหนา ขมวดคิ้ว
“คำพูดของซิ่วหนิง เจ้าฟังไม่เข้าใจหรือ”
บุรุษมีกำลังมาก เซวียหนิงอ่อนปวกเปียกไปทั้งร่าง ไร้เรี่ยวแรงจะดิ้นรน
