“พี่...พี่ใหญ่หลี่...”
สติสัมปชัญญะของเซวียหนิงกำลังแตกสลายออกจากร่าง
นางอ้าปากแล้วกัดลงบนหลังมือตนเองอย่างแรง ทว่าความเจ็บแปลบที่คาดไว้กลับไม่มาถึง
นางเบิกดวงตาที่พร่าพรายขึ้นอย่างยากลำบาก มองเห็นฝ่ามือใหญ่ที่ขวางอยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
และเขี้ยวฟันของนางก็กำลังกัดอยู่ที่ง่ามมือของเขา
นางออกแรงอย่างหนัก ฝากร่อยรอยฟันลึกลงบนมือเขา ซ้ำยังมีเลือดสดๆ สีแดงซึมออกมาหลายจุด
ทว่าบุรุษผู้นั้นเพียงแค่ขยับนิ้วเรียวสองนิ้วที่มีข้อกระดูกชัดเจน แม้แต่คิ้วก็ยังไม่ขมวดแม้แต่น้อย
เซวียหนิงโอบแขนของบุรุษที่แข็งแกร่งแต่ไร้ไขมันเอาไว้ เงยดวงตาที่ปริ่มน้ำขึ้นมองเขา
บางทีอาจเป็นเพราะได้สัมผัสสิ่งที่ตนต้องการ...ร่างของนางก็พลันทรุดลง โผเข้าไปในอ้อมกอดของบุรุษโดยไม่รอช้า
ไอเย็นที่พวยพุ่งเข้าปะทะใบหน้า ความรู้สึกซาบซ่านวาบหวามที่แล่นไปทั่วร่าง ทำให้นางรู้สึกสบายนัก
มือเล็กๆ ของนางโอบกระชับเอวของบุรุษ และใช้แก้มคลอเคลียแผงอกของเขาอย่างพึงพอใจ
เป่าฉานตกตะลึงไปหมดแล้ว นั่งเก้อเขินอยู่กับที่ “คุณชายหลี่ เอ่อ...นายหญิงของข้าน้อย ปกติมิได้เป็นเช่นนี้...”
หลี่ฉางเช่อคว้าหญิงสาวเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว มองดูใบหน้าของหญิงสาวที่แดงเสียจนแทบจะหยดเลือดได้ แล้วเอ่ยเสียงขรึมออกไปว่า “ฝูเซิง เจ้าไปที่โรงหมอด้วยตนเองสักเที่ยว ตามหาหมอที่รู้ตื้นลึกหนาบางมาที่จวนสกุลลู่ โดยเร็ว”
เซวียหนิงมึนงงเต็มที ที่ไหนยังจะมีสติไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้เล่า
หลังจากถูกฤทธิ์ยาทารุณมาตลอดทั้งคืน ตอนนี้นางก็สูญเสียความยับยั้งชั่งใจครั้งสุดท้ายไปนานแล้ว
นางดึงรั้งชายเสื้อออกอย่างทรมาน เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องบอบบาง ภายในดวงตาอันชุ่มฉ่ำลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ จ้องตรงไปยังบุรุษผู้นั้น
