นางไม่ได้คิดอะไรมากในตอนนี้ จึงก้มหน้ากล่าวอย่างสุภาพว่า "คืนนี้อาหนิงอยากอยู่ที่นี่ต่อเพื่อปรนนิบัติบิดามารดาและพี่ชาย ท่านพี่เดินทางปลอดภัย"
คำพูดของเซวียหนิงทำให้สีหน้าของซูจ้านดูไม่สู้ดีนัก
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเคร่งเครียด ราวกับราตรีที่พายุฝนกำลังจะมาเยือน
แต่เซวียหนิงก็ยังคงไม่รู้สาเหตุ
ซูจ้านไม่ได้ไม่ชอบนางนี่ เขาก็แค่จะไปเท่านั้นเอง
ครั้งนี้นางไม่ได้วิงวอนขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนนางอีกแล้วนะ
ซูจ้านหรี่ตาลงเล็กน้อย "ถ้าเจ้าไม่ไป ข้าจะไปเองจริง ๆ แล้วนะ"
เซวียหนิงกล่าวอย่างว่านอนสอนง่าย "ท่านพี่เชิญตามสบายเถิด"
"เซวียหนิง—"
เซวียหนิงเงยหน้าขึ้น เห็นแววตาอันเย็นชาของบุรุษตรงหน้า มือนางกำแน่นยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้นางเฝ้าคอยที่จะได้อยู่กับเขาตลอดเวลา แต่ตอนนี้ทุกเสี้ยววินาทีที่ต้องอยู่กับเขาล้วนทำให้นางรู้สึกทุกข์ทรมานจนยากจะทนได้
นางกัดริมฝีปากของตน แล้วกล่าวอย่างนอบน้อม "เช่นนั้นข้าจะไปส่งท่านพี่ที่หน้าประตู"
ริมฝีปากบางของซูจ้านเม้มเป็นเส้นตรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
เซวียหนิงแสร้งทำเป็นไม่เห็น นางนิ่งเงียบแล้วเดินไปส่งอีกฝ่ายที่หน้าประตูตำหนัก
ซูจ้านขมวดคิ้ว "เซวียหนิง เจ้ากำลังงอนอะไรกันแน่"
เซวียหนิงเม้มปาก "ข้าไม่ได้งอนอะไร แค่ต้องการอยู่ต่อเพื่อปรนนิบัติบิดามารดาให้มากกว่านี้"
ซูจ้านหัวเราะเย็น "นี่มันยามวิกาล เจ้าซึ่งเป็นหญิงสาวจะอยู่แต่ลำพังในวัดเช่นนี้หรือ"
น้ำเสียงเซวียหนิงนุ่มนวลนัก "อาหนิงหาใช่ผู้เดียวไม่ ยังมีเฮ่ามัวมัวกับเป่าฉานร่วมทางด้วย ฮูหยินเจียงก็จัดสรรองครักษ์ให้อาหนิงแล้ว ท่านพี่อย่าได้กังวลถึงความปลอดภัยของข้าเลย"
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าเขาผู้นี้ช่างสอดธุระเสียจริง
