วันนี้เป็นงานเลี้ยงในครอบครัว มีเพียงผู้ที่พำนักอยู่ในจวนโหวแห่งเมืองตงจิงเท่านั้นที่มารวมตัวกัน
นอกจากเหล่าบ่าวไพร่ที่มีหน้ามีตาแล้ว บรรดานายผู้หญิงที่นั่งอยู่ภายในฉากบังลมก็นั่งเพียงสามโต๊ะเท่านั้น
เซี่ยเหล่าไท่จวินนั่งร่วมโต๊ะกับซูโหว ซูอี้หลี่ ซูจ้าน และคนอื่น ๆ
วันนี้ซิ่วหนิงจวิ้นจู่เป็นตัวเอก เซี่ยเหล่าไท่จวินจึงดึงนางมานั่งข้างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ
สตรีคนอื่น ๆ ในจวนนั่งแยกอีกสองโต๊ะ
หลิวซื่อนั่งอยู่กับต่งซื่อและบรรดาสะใภ้
วันนี้เนี่ยอีเหนียงก็แต่งตัวงดงามอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น รอยยิ้มระบายอยู่ที่มุมปาก นั่งอยู่ข้างกายต่งซื่อ
บรรดาคุณหนูในจวนแยกออกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง ซูซีกับซูชิงสนิทสนมกันดีจึงนั่งด้วยกันตามธรรมดา ส่วนเซวียหนิงนั่งอยู่ข้างกายซูหมาน
ซูหมานแอบกระตุกแขนเสื้อของเซวียหนิง "วันนี้ซิ่วหนิงจวิ้นจู่แต่งตัวงดงามไม่เลวเลย"
เซวียหนิงมองไปทางโต๊ะประธาน ก็เห็นว่าซิ่วหนิงจวิ้นจู่เกล้าผมมวยสีดำขลับดูเต็มสลวย ปักปิ่นทองหยกหงส์เล่มงามที่นางมอบให้เมื่อวานนี้ ประกอบกับรูปหน้าคมเรียวแบบเมล็ดแตงโมของจวิ้นจู่ ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
ชาตินี้นางคงไม่มีทางเป็นศัตรูกับซิ่วหนิงจวิ้นจู่อีกแล้ว
เมื่อเปลี่ยนมาใช้สายตาชื่นชมมองดู ซิ่วหนิงจวิ้นจู่ก็ใช่ว่าจะดูไม่ดี เพียงแต่พำนักอยู่ที่จวนอี้หวางในเมืองยงโจวตลอดทั้งปี ผิวพรรณบนใบหน้าจึงไม่อาจขาวผุดผ่องเทียบเท่าบรรดาคุณหนูในเมืองตงจิงได้เท่านั้นเอง
แต่คุณหนูที่เกิดในจวนอ๋อง มารยาทและกฎเกณฑ์ล้วนดีเยี่ยม
นางนั่งอยู่ข้างกายเซี่ยเหล่าไท่จวิน ทุกอิริยาบถล้วนพอดิบพอดี
บางครั้งเอื้อนเอ่ยวาจาคมคายหยอกล้ออยู่สองสามคำ ก็ทำให้เหล่าไท่จวิน ซูโหว และคนอื่น ๆ แย้มยิ้มตามไปด้วย
