ผลปรากฏว่าองค์ชายของพวกเขาไม่สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย ก้าวตรงไปยังประตูเรือน
“ไม่ใช่สิ องค์ชายจะไปไหนพ่ะย่ะค่ะ”
“องค์ชาย?”
“องค์ชาย…ท่านจะไปหนองน้ำดำจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หลายคนไล่ตามไปพลางซักถาม
พวกเขาตามไปจนถึงประตูเรือน แต่ “เฟิ่งสิงอวี้” ก็ไม่ตอบคำถามใด ๆ เพียงเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน
หยานฉิงร้อนใจจนคว้าขาของเขาไว้ ไม่ยอมให้เดินต่อ
“องค์ชาย ไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ พระชายาไม่ได้บอกหรือว่ามีวิธีที่ไม่ต้องไป พระชายาหลอกท่าน!”
“หยานฉิง”
กู้จิ่นจือยกมือกุมหน้าผาก
แต่ตอนนี้เขาเองก็ไม่อยากให้องค์ชายไป จึงไม่ได้ห้ามหยานฉิง ปล่อยให้เจ้าตัวคลุ้มคลั่งไปตามใจ
หยวนเจาก็ขวางอยู่ตรงประตู “องค์ชาย พวกเราลองคิดหาวิธีอื่นกันอีกสักหน่อยเถิด สถานที่แห่งนั้นไปอีกไม่ได้จริง ๆ!”
ขาทั้งสองข้างของ “เฟิ่งสิงอวี้” ถูกหยานฉิงกอดไว้ จึงจำต้องหยุดฝีเท้า
ทว่าในร่างของเขามีคำสั่งฝังอยู่ เขาจำเป็นต้องทำให้สำเร็จ หากพบสิ่งขัดขวางก็จะลงมือทันที
ดังนั้น…
ภายในห้องหนังสือ เฟิ่งสิงอวี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก้าวออกมาจากหลังฉากบังตา
ม่อซังอวี๋มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย
ชุดรัดกุมสีเข้มชุดนี้ นางตั้งใจเตรียมไว้ให้ “ทาส” ของตนแท้ ๆ แต่เมื่อเฟิ่งสิงอวี้สวมใส่ กลับดูโดดเด่นอย่างไร้ที่เปรียบ
หัวเข็มขัดกับปลายแขนเสื้อเรียบง่าย กระชับพอดีตัว ขับเน้นรูปร่างของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไหล่กว้าง เอวคอด ขายาว
รูปร่างสูงสง่าชวนให้หลงใหลเหลือเกิน
ยิ่งเมื่อประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขา นี่มันเหมือนทาสตรงไหนกัน
พลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ปลายนิ้วของม่อซังอวี๋ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นหน้ากากอันประณีตขึ้นมา
นางยื่นหน้ากากให้ “สวมเสีย”
เฟิ่งสิงอวี้รับมาโดยไม่คิดอะไร ยกมือสวมหน้ากากลงบนใบหน้า
หน้ากากแนบพอดีกับรูปหน้า ปิดบังใบหน้าหล่อเหลาที่ชวนให้จดจำไปเกือบครึ่ง เหลือเพียงดวงตาลึกล้ำคมกริบคู่นั้นกับริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อ
ทว่ากลับไม่ได้ลดทอนความโดดเด่นของเขาแม้แต่น้อย ซ้ำยังเพิ่มความลึกลับและความสง่างามที่ซ่อนเร้นขึ้นอีกหลายส่วน
“องค์ชาย…ไม่สิ ต่อไปใช้ฐานะองค์ชายเจ็ดไม่ได้แล้ว”
ม่อซังอวี๋ถามความเห็นเขา “เรียกท่านว่าเสี่ยวเย่ดีหรือไม่”
