ซูฮวายกตะกร้าของเฉินหลานหลานไปไว้ในครัว เทของข้างในออกมาแล้ววางตะกร้าไว้ด้านหนึ่ง
“ขอบคุณสำหรับของป่าพวกนี้นะ เย็นนี้กินข้าวที่นี่ก่อนค่อยกลับสิ จะได้ลองฝีมือฉันด้วย”
เฉินหลานหลานกับสวี่เสี่ยวฮวารีบปฏิเสธ ยุคนี้ข้าวปลาอาหารมีค่า จะไปกินข้าวบ้านคนอื่นได้ยังไง?
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกเรามาที่ที่ไม่คุ้นเคยเหมือนกัน แถมยังถูกชะตากันอีก ต่อไปก็เป็นเพื่อนกันแล้ว กินข้าวมื้อเดียวจะเป็นอะไรไป?”
ซูฮวาพูดถึงขนาดนี้แล้ว เฉินหลานหลานก็ไม่สะดวกจะปฏิเสธอีก จึงได้แต่ตอบตกลง
สวี่เสี่ยวฮวายึดเฉินหลานหลานเป็นหลักมาโดยตลอด พอเห็นอีกฝ่ายตกลง เธอก็ไม่มีความเห็นอะไรเช่นกัน
“งั้นก็ได้ วันนี้พวกเราสองคนขอหน้าด้านกินข้าวบ้านเธอสักมื้อนะ”
“กินเถอะ ว่าแต่พวกเธอจะกลับไปบอกทางจุดพักของปัญญาชนลงชนบทไหม จะได้ไม่ต้องทำข้าวเย็นเผื่อพวกเธอ?”
พอเฉินหลานหลานได้ยิน สีหน้าก็หม่นลงเล็กน้อย
“ไม่ต้องหรอก พวกเราแยกวงกินข้าวกันนานแล้ว ตอนนี้ฉันกับเสี่ยวฮวากินด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องไปบอกพวกเขา”
“อย่างนี้นี่เอง ดีแล้วล่ะ ฉันเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่า คนตั้งเยอะกินข้าวด้วยกัน ยังไงก็ต้องมีเรื่องที่เข้ากันไม่ได้บ้าง แล้วทำกับข้าวให้คนสิบกว่าคนกับทำให้สองคนจะเหมือนกันได้ยังไง? งานเพิ่มขึ้นตั้งเท่าไรโดยใช่เหตุ”
เฉินหลานหลานพยักหน้า
“ใช่เลย ที่จัดการยากที่สุดคือทุกคนมาจากคนละที่ สภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตต่างกัน รสชาติที่ชอบก็ย่อมไม่เหมือนกัน ทุกครั้งที่อุตส่าห์ทำกับข้าวเสร็จแล้วโดนติ ฉันรู้สึกแย่มาก”
