เมื่อได้ยินซูฮวาพูดแบบนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ปฏิเสธ เพียงถอดตะกร้าไม้ฟืนที่สะพายอยู่ลง ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเห็นดังนั้นก็วางตะกร้าของตัวเองลงเช่นกัน
“หมอซู ฟืนที่เด็ก ๆ เก็บมามันเล็กเกินไป เอาไว้จุดไฟพอได้ แต่ใช้ก่อไฟให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวไม่ได้หรอกนะ ถ้าตอนกลางคืนไม่มีท่อนไม้ใหญ่พอ อย่าหวังว่าจะได้นอนหลับสบายเลย
นี่เป็นฟืนท่อนใหญ่ที่ฉันกับพ่อเด็กช่วยกันหาให้ เธอรับไว้เถอะ”
ซูฮวาไม่พูดอะไร
จะพูดอะไรดีล่ะ?
เธอใช้ชีวิตมาสองชาติ เพิ่งเจอคนจริงใจขนาดนี้เป็นครั้งแรก จริงใจจนชวนให้รู้สึกว่าซื่อบื้ออยู่บ้าง
เธอไม่ได้ปฏิเสธ ในใจคิดไว้แล้วว่าจะตอบแทนพวกเขาอย่างไร
“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณพี่หยางกับพี่สะใภ้หยางนะคะ รบกวนช่วยเอาฟืนเข้าไปวางในครัวให้หน่อยค่ะ”
“ได้เลย!”
ตอนแรกทั้งคู่กลัวว่าซูฮวาจะปฏิเสธ จึงดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง แต่พอรู้ว่าเธอรับไว้ก็รีบยกตะกร้าขึ้นมาอย่างดีใจ แล้วเดินตามหลังซูฮวาไป
เมื่อเข้าไปในครัว ซูฮวาก็พาพวกเขาไปยังผนังอีกด้าน ให้ช่วยเทท่อนไม้ออกมา ส่วนตัวเธอเดินเข้าไปดูในห้องนอนรอบหนึ่ง พอออกมาอีกทีก็ถือผ้าตำหนิยาว 5 ฉื่ออยู่ในมือ
“พี่สะใภ้คะ เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่ฉันดูออกว่าพี่เป็นคนซื่อตรง ฉันเองก็เพิ่งมาอยู่แถวนี้เป็นฤดูหนาวครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์ ถ้าพี่ไม่บอกว่าต้องเตรียมฟืนท่อนใหญ่ ฉันคงเสียเปรียบแน่ ๆ ในฤดูหนาวนี้
นี่เป็นผ้าตำหนิที่ฉันเอามาจากในเมือง ตำหนิไม่มาก พี่เอากลับไปตัดเสื้อให้เด็ก ๆ สักสองตัวนะคะ”
