พอคนเยอะขึ้น ยืนมองอยู่ตรงนั้นต่อไปก็ไม่เห็นอะไรแล้ว
ซูฮวาเดินดูแผงทีละแผงตามลำดับ และก็เป็นอย่างที่คิด ของที่นำมาขายมีหลากหลายขึ้นมาก
นอกจากผักแล้ว ยังมีผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์อย่างธัญพืช ถั่วลิสง และมันเทศเพิ่มมาด้วย
สิ่งที่ทำให้ซูฮวาประหลาดใจที่สุดคือ ด้านหน้ายังมีแผงขายไก่อีกด้วย!
เธอรีบสาวเท้าไปที่แผง คนขายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง
“สหาย ไก่ตัวเมียตัวนี้ขายยังไงคะ?”
“ชั่งละ 1 หยวนครับ”
ราคาก็สมเหตุสมผลดี
“ได้ค่ะ ฉันเอาสี่ตัวนี้ทั้งหมด”
“ได้เลยครับ!”
ชายหนุ่มเงยหน้ามองซูฮวา
แต่งตัวเรียบร้อย ไม่มีรอยปะ ไม่ต่อราคา แถมยังเหมาหมด ดูท่าจะเป็นคนมีเงิน
เขารีบมัดขาไก่เข้าด้วยกัน
“สหายครับ ที่บ้านผมยังมีกระต่ายป่าที่จับได้บนเขาอีก สนใจไหมครับ?”
“กระต่ายป่าเหรอคะ?”
ดวงตาซูฮวาเป็นประกายขึ้นมาทันที
หัวกระต่ายผัดหม่าล่า เนื้อกระต่ายผัดหม่าล่า เนื้อกระต่ายตุ๋นซีอิ๊ว
มีวิธีปรุงตั้งเยอะ เธอจะพลาดได้ยังไง?
“เอาค่ะ มีกี่ตัว?”
“ทั้งหมดหกตัวครับ เลี้ยงไว้ที่บ้าน!”
“ได้ค่ะ ฉันเอาหมดเลย กลับไปเอามาให้หน่อยนะคะ”
“เอ่อ คุณจะซื้ออย่างอื่นอีกไหมครับ? ถ้าไม่อย่างนั้น ตอนคุณจะกลับค่อยไปเอาด้วยกันก็ได้”
แววตาซูฮวาพลันระแวดระวังขึ้น
“สหายครับ อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมแค่คิดว่าเข้ามาที่นี่ต้องเสียค่าเข้าประตู ถ้าคุณไม่มีอะไรจะซื้ออีก เรากลับพร้อมกันก็ประหยัดค่าเข้าได้”
ซูฮวาเข้าใจแล้ว
เธอมีเงิน จึงไม่ใส่ใจเงินหนึ่งหรือสองเหมา แต่เธอลืมไปว่าตอนนี้ครอบครัวส่วนใหญ่ยังมีอาหารไม่พอกิน คนที่เอาของมาขายต้องจ่ายค่าเข้า 2 เหมา ซึ่งเงินเท่านี้ซื้อธัญพืชหยาบได้ตั้งหนึ่งชั่ง
