ข้ออ้างเรื่องอาการละเมอเดิน ซูฮวาคิดไว้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟแล้ว
พวกเยาวชนปัญญาชนพักอยู่ที่จุดพักของพวกเขากันหมด มีแค่เธอที่ต่างจากคนอื่น ยืนกรานจะย้ายออกมา ถ้าไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น หัวหน้ากองคงไม่ยอมแน่
ไม่เพียงเท่านั้น ชาวบ้านกับพวกเยาวชนปัญญาชนก็จะคิดว่าเธอเข้ากับคนอื่นไม่ได้
อาการละเมอเดินเป็นเหตุผลที่เหมาะที่สุดเท่าที่เธอคิดออกในตอนนี้
ถือโอกาสใช้เป็นการปูทางไว้ด้วย เผื่อวันไหนถูกจับได้ว่าออกไปข้างนอกตอนดึก
“อาการละเมอเดินเหรอ?”
หยางโหย่วฝูรู้จักโรคนี้ ก่อนหน้านี้มีอาของเขาคนหนึ่งเป็นอาการละเมอเดิน พอตกกลางคืนก็เดินเตร่ไปทั่วหมู่บ้าน ครั้งหนึ่งเกือบพลัดตกแม่น้ำจมน้ำตายด้วยซ้ำ
ต่อมาภรรยาของอาคนนั้นต้องล็อกประตูหน้าต่างทุกบานทุกคืน ถึงได้ควบคุมเขาให้อยู่แต่ในบ้านได้
“ค่ะ ปกติทุกคนก็เหนื่อยจากการทำงานกันมากอยู่แล้ว ถ้าฉันไปรบกวนเวลาพักผ่อนเข้า นานวันไปคงทำให้ทุกคนไม่พอใจ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันย้ายออกไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังดีกว่าค่ะ”
หยางโหย่วฝูเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนังสือ พลางคิดไตร่ตรองว่าข้อเสนอนี้เป็นไปได้แค่ไหน
ถ้าเป็นอย่างที่ซูฮวาพูดจริง ๆ ว่าเธอมีอาการละเมอเดิน การย้ายออกไปก็ย่อมดีกว่า
แต่เรื่องนี้มีสองด้าน สำหรับคนที่จุดพักเยาวชนปัญญาชน การที่ซูฮวาย้ายออกไปย่อมเป็นเรื่องดี ทว่าสำหรับซูฮวาเองกลับไม่ค่อยยุติธรรมนัก
ผู้หญิงอยู่คนเดียวก็อันตรายอยู่แล้ว ยิ่งเธอยังป่วยอีก
“เยาวชนปัญญาชนซู อยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องง่ายนะ นอกจากต้องจัดการเรื่องฟืน ข้าวสาร น้ำมัน และเกลือเองแล้ว ยังมีอันตรายอีกด้วย แล้วตอนกลางคืนที่คุณละเมอเดิน ถ้าไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ จะรับประกันความปลอดภัยได้ยังไง?”
