ทั้งสองเดินกันมาราวครึ่งชั่วโมง ซูฮวาจึงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปมองทหารหนุ่ม สีหน้าของเขาดูซีดเผือดกว่าเดิมเสียอีก
“คุณเป็นยังไงบ้าง ยังเดินไหวไหม?”
ทหารหนุ่มพยักหน้า
“ไหว แต่คุณช่วยบอกทางให้ผม แล้วรีบไปเถอะ คนพวกนั้นอันตราย ผมไม่อยากทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วย”
ซูฮวากลอกตาใส่
“คุณบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ถ้าฉันทิ้งคุณไว้ พอคนพวกนั้นตามเจอ คุณยังจะรอดไหม? ช่างเถอะ ดูสภาพคุณแล้วคงไปต่อได้ไม่ไกล หาถ้ำสักแห่งก่อน ฉันจะช่วยจัดการแผลให้”
ช่วงที่ขึ้นเขามาหลายครั้ง แม้ซูฮวาจะเก็บเกี่ยวอะไรกลับไปได้ไม่มากนัก แต่เธอก็เคยเจอถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่หลายแห่ง
ซูฮวาประคองทหารหนุ่มไปยังถ้ำเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วพาเขาเข้าไปด้านใน
เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นถ้ำ เธอจึงแกล้งโค่นต้นไม้เล็ก ๆ ลงมาขวางปากถ้ำไว้
ถ้าเป็นตอนกลางวัน แค่พรางแบบนี้คงปิดบังอะไรไม่ได้ แต่พอตกกลางคืนกลับต่างกัน มองจากไกล ๆ เห็นแต่หญ้ารก หากไม่ตั้งใจค้นหาแทบมองไม่เห็นปากถ้ำเลย
“ถือไฟฉายไว้ ฉันจะดูแผลให้”
ซูฮวาส่งไฟฉายให้ทหารหนุ่ม กลัวว่าแสงจะสว่างเกินไปจนคนข้างนอกเห็น เธอจึงใช้กระดาษน้ำมันพันรอบหลอดไฟฉายไว้ ให้แสงรวมเป็นลำแคบ ๆ
ทหารหนุ่มบาดเจ็บตรงน่อง ยังดีที่ไม่ต้องเผชิญความกระอักกระอ่วนจากการถอดกางเกง
เธอหยิบกรรไกรมาตัดขากางเกงของเขา เผยให้เห็นบาดแผล
ตอนนั้นเองเธอถึงได้เห็นว่าเขาถูกยิง
