หน่วยของหลินเยว่ออกเดินทางมาสิบหกชั่วโมงแล้ว
พวกเขาออกจากกองบัญชาการตอนตีสี่ ขับรถแปดชั่วโมงถึงตัวเมืองใกล้สุด จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถจี๊ปขับต่ออีกสี่ชั่วโมงบนถนนที่แสนทุรกันดาร ช่วงสุดท้ายไม่มีถนนให้วิ่งแล้ว ต้องเดินเท้าอย่างเดียว
แสงแดดบนทะเลทรายโกบีแผดเผายิ่งนัก พื้นร้อนจนไข่สุกได้
หลินเยว่เดินนำหน้า ถือเครื่องจีพีเอส ทุกๆ ระยะหนึ่งก็ตรวจสอบพิกัด
พลทหารสี่คนที่มาด้วยกันล้วนเป็นมือเก๋าของกองลาดตระเวน เสี่ยวจาง, เฒ่าหลิว, โจวเผิง, แล้วก็หลี่เฮ่าที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นนายสิบ
“หัวหน้า อีกไกลแค่ไหนครับ” เสี่ยวจางแบกอุปกรณ์ ใบหน้าถูกแดดจนแดงก่ำ
หลินเยว่มองจีพีเอส “ระยะทางตรงอีกสามกิโล แต่ภูมิประเทศข้างหน้าต้องอ้อม เดินจริงๆ น่าจะประมาณห้ากิโล”
“ที่นี่มันไกลปืนเที่ยงขนาดนกสักตัวยังไม่มีเลย” เฒ่าหลิวปาดเหงื่อ “เมื่อสิบสองปีก่อนมีคนค้นหาที่นี่ตั้งสามเดือน จะหาเจอก็เห็นจะเป็นไปไม่ได้หรอก”
“หยุดบ่น ไปต่อ” หลินเยว่ยื่นกระติกน้ำให้ “ประหยัดด้วย ขากลับยังต้องเดินกลับอีก”
เดินต่อไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตัวเลขบนจีพีเอสก็ลดลงเหลือศูนย์
“ถึงแล้ว” หลินเยว่หยุดก้าว
ทั้งห้าคนยืนอยู่บนผืนทะเลทรายที่ไม่มีจุดสังเกตอะไรเลย รอบด้านเต็มไปด้วยหินกรวดและทราย มีสันทรายเตี้ยๆ อยู่ไกลๆ แม้แต่หญ้าสักต้นก็ไม่มี
เสี่ยวจางหมุนตัวรอบหนึ่ง “หัวหน้า นี่…นี่ใช่จุดพิกัดไหมครับ”
“คลาดเคลื่อนไม่เกินห้าสิบเมตร” หลินเยว่นั่งยองลงสำรวจพื้น “เอาจุดนี้เป็นศูนย์กลางกระจายออกค้นหา รัศมีห้าสิบเมตรต่อรอบ ขยายออกทีละรอบ สังเกตความผิดปกติของพื้นดิน อะไรที่นูน ยุบ หรือสีแตกต่างไปจากธรรมชาติต้องเอะใจไว้”
“รับทราบครับ”
ทั้งห้าคนกระจายตัว เริ่มตรวจค้นอย่างละเอียดตามขั้นตอนมาตรฐานการลาดตระเวน
ชั่วโมงแรก ไม่พบอะไร
ชั่วโมงที่สอง ก็ยังไม่เจออะไร
พระอาทิตย์ลอยคล้อยไปทางตะวันตกแล้ว แต่อุณหภูมิไม่ลดลงเลย เสื้อผ้าทั้งห้าคนชุ่มโชกเหงื่อ ริมฝีปากแห้งแตก
เสี่ยวจางเริ่มท้อ “หัวหน้า พิกัดจะคลาดเคลื่อนหรือเปล่าครับ หรือว่าข้อมูลนี้มันไม่น่าเชื่อถือแต่แรก”
