พบตัวเฉินเว่ยกั๋วแล้ว และพบทหารกองทัพอาสาทั้งสิบแปดนายแล้วเช่นกัน
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ย่อมปิดไม่มิด
ข่าวแพร่สะพัดในกองทัพก่อน แต่ละกองกำลังทหารโทรมาถามกันทั้งนั้น ว่าไปเจอได้ยังไง มีเทคโนโลยีใหม่อะไรหรือเปล่า หรือมีสายข่าวภายใน
ลู่เจิงต้องรับสายติดกันสามวัน จนเสียงแหบแห้งไปหมด
วันที่สี่ เขาได้รับสายตรงจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง
“ลู่เจิง ฉันดูสถานการณ์ทั้งหมดแล้วนะ” เสียงในสายนั้นหนักแน่น แต่แฝงไว้ด้วยความเคร่งขรึมชัดเจน “บอกฉันตามตรงเถอะ ที่มาของเบาะแสมันคืออะไร”
ลู่เจิงยืดตัวตรง
“รายงานท่านผู้นำครับ เบาะแสมาจากเด็กหญิงวัยสามขวบครึ่งครับ เธอคือลูกสาวของพันโทเสิ่นเป่ยชวน หน่วยรบพิเศษผู้ล่วงลับของหน่วยเรา ระหว่างที่เสิ่นเป่ยชวนปฏิบัติภารกิจ ‘เส้นทางกลับบ้าน’ เขาได้รวบรวมข้อมูลพิกัดของผู้เสียสละที่สูญหายจำนวนมาก แล้วถ่ายทอดให้ลูกสาวผ่านบทเพลงกล่อมเด็กครับ”
ปลายสายเงียบไป
ห้าวินาที สิบวินาที สิบห้าวินาที
ลู่เจิงคิดว่าสัญญาณขาด
“ท่านครับ?”
“ฉันยังอยู่” เสียงนั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง “คุณบอกว่าเด็กอายุสามขวบครึ่ง ใช้การร้องเพลงกล่อมเด็ก จำพิกัดของผู้เสียสละที่สูญหายได้เนี่ยนะ”
“ใช่ครับ ตอนนี้เธอร้องมาแล้วสามเพลง ตรงกับพิกัดสามชุด ชุดแรกพบบุคคลที่หายตัวไปคือเฉินเว่ยกั๋ว ชุดที่สองพบพบทหารกองทัพอาสาสิบแปดนาย ส่วนพิกัดชุดที่สามกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง
