ฉินกังหยุดชะงักทั้งตัว เมื่อเห็นแผ่นหลังที่นั่งยองอยู่ริมลำธาร
ผอม โครตผอม
คนคนนั้นสวมเสื้อนอกเก่า ๆ สีซีดจนดูไม่ออกว่าเดิมเป็นสีอะไร ผมยาวถึงบ่า ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่โครงร่างของแผ่นหลังนั้น ฉินกังจำได้แม่นยำมาตลอดกว่าสิบปี ไม่มีทางจำผิดเด็ดขาด
เขายกมือส่งสัญญาณให้ลูกทีมทั้งหมดหยุดอยู่กับที่
ทั้งหกคนกระจายตัวอย่างไร้เสียง ตามรูปแบบการเคลื่อนที่ค้นหาแบบมาตรฐาน
ฉินกังก้าวเดินเข้าไปคนเดียว
สิบห้าเมตร สิบเมตร แปดเมตร
ก้าวที่เจ็ดกำลังจะถึงตัว คนผู้นั้นก็เอ่ยขึ้นมาทันที
โดยไม่หันกลับมามอง เสียงแหบพร่าราวกับเอากระดาษทรายถูกับแผ่นเหล็ก “พวกนายตามมาตั้งแต่เมื่อบ่ายวานแล้ว”
ฝีเท้าฉินกังชะงักกึก
คนคนนั้นยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ราวกับรายงานสภาพอากาศ “ทิศสิบสองนาฬิกา สองคน มีการอำพรางตัวบนเรือนยอดไม้ ทิศสามนาฬิกา หนึ่งคน เผลอเหยียบกิ่งไม้หัก ทิศเก้านาฬิกา สองคน เสียงหายใจดังเกินไป ทิศหกนาฬิกา มีแค่ตัวนายเอง นิสัยการเดินยังไม่เปลี่ยน ยังคงก้าวเท้าซ้ายก่อน”
ฉินกังนิ่งงันไปสองวินาที แล้วก็หัวเราะออกมา
เป็นรอยยิ้มที่ทั้งหมั่นไส้และตื้นตันจนแทบร้องไห้
