ระหว่างที่ตั้งแผงขายของริมทาง เย่จื้อฟางก็พบปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับเสื้อผ้า
ไม่ใช่ว่าการออกแบบเสื้อผ้ามีปัญหา หรือคุณภาพของเสื้อผ้าไม่ดี แต่เป็นเพราะโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
นั่นหมายความว่า เมื่อคู่แข่งเห็นเสื้อผ้าประเภทนี้ก็สามารถนำตัวอย่างกลับไปลอกเลียนแบบได้เลย ต่อให้เสื้อผ้าที่โรงงานผลิตออกมาชุดแรกจะขายดีแค่ไหน แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีเสื้อผ้าประเภทเดียวกันออกมาในตลาด
แบบนั้นเสื้อผ้าที่ตนออกแบบก็จะกลายเป็นแค่ตัวอย่างให้ตลาดเสื้อผ้าทั้งหมด ส่วนแบ่งที่ตกถึงมือตนจริง ๆ ก็จะไม่มาก
เย่จื้อฟางคิดไว้แล้วว่า คราวหน้าไปโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าจะเอ่ยปากกับผู้จัดการโรงงาน ยังไงก็ต้องเปลี่ยนสถานการณ์แบบนี้
“คุณน้องคนสวย มาดูเสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิที่มาใหม่หน่อยสิคะ รับรองว่าไม่มีใครเหมือนในตลาดแน่นอน”
ขณะที่เย่จื้อฟางกับเฉินตงผิงกำลังเรียกลูกค้ากันอยู่นั่นเอง มีชายคนหนึ่งยืนมองจากอีกฟากของถนน เห็นคนที่ใจนึกถึงอยู่ไกล ๆ คนผู้นั้นก็คือเผยเช่าจวิน
เมื่อวานตอนกลับจากกรมทหารเขาก็ใจคอไม่ดีมาตลอด บังเอิญว่าเผยเช่าอู่น้องชายถูกคนอื่นดึงตัวไป เผยเช่าจวินก็เลยเริ่มออกตรวจตราคนเดียว ที่จริงแล้วการใส่ชุดธรรมดายิ่งทำให้เขาทำอะไรได้สะดวกกว่า
ตอนนี้เย่จื้อฟางก็ไม่ได้ตั้งราคาเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นมากนัก ปกติก็ประมาณสิบหยวน หมายความว่า เสื้อผ้าหนึ่งตัวได้กำไรสิบหยวน
ไม่นานนัก แผงของเย่จื้อฟางก็ถูกหญิงสาวบางคนล้อมเอาไว้ ต่างคนต่างเลือกเสื้อผ้าที่ชอบขึ้นมาดู
เย่จื้อฟางฉลาดมาก เธอใส่เสื้อผ้าที่เป็นตัวอย่างอยู่แล้ว นางแบบตัวเป็น ๆ ยังไงก็ดีกว่าดูแต่เสื้อผ้าเปล่า ๆ
