เย่จื้อฟางก็ไม่ใช่คนใจแคบขนาดนั้น อีกอย่างแถบชานเมืองกรุงปักกิ่งมีกรมทหารอยู่มากกว่าหนึ่งแห่ง แค่กองทัพหมู่ก็มีตั้งหลายกอง ดังนั้นจะให้รู้แน่ชัดว่าสหายเผยคนนั้นสังกัดกรมทหารไหนนั้น เธอก็ไม่ทราบแน่ชัด
ต่อให้ถามไป ตัวเองก็คงจำไม่ได้อยู่ดี เรื่องของทางทหารนั้น สอบถามให้น้อยเข้าไว้
“ได้ ฉันยอมรับคำขอโทษของคุณ เมื่อวานก็ดีนะที่พาเฉินตงผิงไปรอคุณด้วยกัน ต่อมาเห็นคุณไม่มาก็เลยพาเขาไปดูหนัง แต่หนังก็สนุกดีเหมือนกัน”
เดิมทีเย่จื้อฟางนึกว่าตัวเองจะโกรธเรื่องนี้ไปอีกนาน แต่ผลคือพอเห็นอีกฝ่ายมาขอโทษด้วยท่าทีจริงใจ เธอก็เลยปล่อยวางเรื่องไม่สบายใจเมื่อวานนี้ลงเสีย
ไม่นานอาหารก็ยกมาเสิร์ฟ เย่จื้อฟางไม่เกรงใจเลย ลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย พลางไม่ลืมคีบกับข้าวใส่จานให้เฉินตงผิง เธอสังเกตว่าเจ้าหนูนี่ระยะนี้กินจุขึ้นมาก แต่ก็เป็นเรื่องดีนะ ร่างกายกำยำแข็งแรงขึ้นแถมยังสูงอีกด้วย
“สหายเย่ ถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกผมได้ทุกเมื่อนะ ไม่ว่ายังไงผมก็รู้จักคนอยู่บ้าง อาจจะช่วยคุณได้”
เผยเช่าจวินหวังดี แต่เย่จื้อฟางรู้สึกว่าไม่จำเป็นเลย เรื่องที่ตัวเองปรารถนามากที่สุดในตอนนี้ก็คือซื้อบ้านหลังใหญ่สักหลัง แล้วก็รับพ่อแม่มาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยก็ต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิม ไม่งั้นตัวเองก็จะรู้สึกผิดอยู่ในใจ
“เรื่องอะไรของฉันล่ะคะ อีกอย่างนะ ถ้ามีใครมารังแกฉันจริง ๆ ก็ยังมีน้องชายฉันนี่นา ไม่ไหวก็ไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุณว่าใช่ไหม!”
