ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไปข้างหน้า ไม่นานก็ได้ยินเสียงโห่ร้องเชียร์ดังขึ้น เย่จื้อฟางมองเห็นเพียงกลุ่มคนที่ยืนล้อมวงกันอยู่ แต่ก็ยังมองไม่เห็นข้างในอยู่ดี
"เมื่อกี้ที่แข่งบาสเกตบอลกันคือสองกองร้อยจากกองพันทหารราบ ได้ยินว่ากองร้อยไหนชนะ ครั้งหน้าตอนออกภารกิจอีกกองร้อยนึงต้องถอนตัวออกไปเอง" ผู้บังคับกองพันสองแนะนำ
เย่จื้อฟางนึกถึงเผยเช่าถิงขึ้นมา จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเขาอยู่กองพันไหน จึงถามไปตามความว่า "แล้วผู้บังคับกองร้อยเผยอยู่กองพันไหนหรือคะ"
"เขาน่ะหรือ ก็อยู่กองพันทหารราบน่ะสิ อ้อใช่ ตระกูลของนายพลจัตวามีลูกชายสามคน คนโตเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบ ส่วนคนที่สองกับสามต่างก็เป็นผู้บังคับกองร้อยทหารราบ พวกคุณไม่รู้จักกันหรือ" ผู้บังคับกองพันสองถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
สีหน้าของเย่จื้อฟางเย็นชาลงทันที เอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า "ไม่รู้จักค่ะ"
เอ่อ ผู้บังคับกองพันสองเตรียมประโยคต่อไปไว้แล้ว แต่ตอนนี้กลับพูดอะไรไม่ออก
สิ่งที่เขาจะพูดก็คือ คนที่เพิ่งชกต่อยกับพี่ชายสองของเสี่ยวฟางเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เผยเช่าถิง ลูกชายสามของนายพลจัตวาเผยนั่นเอง นี่มันน้ำท่วมวัดเสด็จพ่อตา ครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ กลับไม่รู้จักกัน
แต่ดูท่าทางของสาวคนนี้ เหมือนจะรู้จักแค่นายพลจัตวาเผยเท่านั้น นี่มันก็แปลกอยู่ไม่น้อย
จนกระทั่งทั้งสองเดินมาใกล้ถึงที่ ผู้บังคับกองพันสองก็ช่วยเปิดทางให้คนข้างหน้า ตอนแรกคนพวกนั้นก็ไม่พอใจ แต่พอเห็นว่าเป็นผู้บังคับกองพันสองจากกองพันรถถัง ก็หมดอารมณ์ฉุนเฉียวไปทันที
เป็นอย่างนี้เอง เย่จื้อฟางกับผู้บังคับกองพันสองจึงมายืนอยู่แถวหน้าได้ ห่างไปไม่ไกลก็คือผู้บังคับกองร้อยหยางที่ไม่ได้เข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้
