พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา คืนวันนั้นเองมีชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋าหนังมาด้วย บนกระเป๋าเขียนข้อความว่าสำนักงานไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ชายผู้นี้เป็นคนที่มาตรวจจดมิเตอร์โดยเฉพาะ แต่ไม่รับชำระค่าไฟ
ปัจจุบันการชำระเงินมีสองแบบ แบบหนึ่งคือให้หน่วยงานหักแทน อีกแบบคือไปชำระด้วยตนเองที่สำนักงานไฟฟ้าใกล้บ้าน
“ตรวจมิเตอร์ไฟฟ้าแล้วนะครับ”
ไม่นานเสียงนี้ก็ดังไปถึงบ้านแต่ละหลัง เฉินตงผิงที่นั่งอยู่ในห้องนอกได้ยินเสียงก็เปิดประตูออกไป เห็นชายคนนั้นกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง 301 คงจะมาเคาะประตูตรวจมิเตอร์ทีละห้อง
“เสี่ยวฟาง เครื่องซักผ้านี่ดีจริงนะ พอดีเลยจะได้ถามเรื่องค่าไฟกับค่าน้ำด้วย ที่สถานีตำรวจก็ไม่มีใครพูดเรื่องนี้เลย ฉันก็ไม่รู้ว่าค่าไฟกับค่าน้ำนี่ให้เขาหักแทนหรือต้องไปจ่ายเอง” เย่จื้อเหิงพูดขึ้น
“ค่ะ เรื่องนี้ให้ฉันพูดเอง”
ตอนนี้เย่จื้อฟางกลายเป็นคนที่พูดมีน้ำหนักที่สุดในกลุ่มสามคนแล้ว แถมยังรู้เรื่องราวต่างๆ มากกว่าพวกเขาอีกด้วย
เพราะประตูเปิดค้างไว้ครึ่งหนึ่ง ชายผู้มาตรวจมิเตอร์จึงเคาะประตูสองครั้ง ตัวมิเตอร์ไฟฟ้าอยู่ตรงมุมผนังเหนือทางเข้าเล็กน้อย ต้องใช้สายตาที่ดีถึงจะมองเห็นตัวเลขบนนั้นชัดเจน
“โอ๊ะ ที่นี่มีคนอยู่แล้วสินะ เดือนก่อนตอนผมมาตรวจมิเตอร์ที่นี่ยังไม่มีใครเลย มิเตอร์เดินไปสิบหน่วย หน่วยละเจ็ดเซิน รวมเป็นเจ็ดเหมา หากยังไม่ได้ให้หน่วยงานหักแทนไว้ ก็ไปจ่ายเองที่สำนักงานไฟฟ้าใกล้บ้านก็ได้ครับ แจ้งเลขที่ตึกกับเขาไว้ แล้วต่อจากนี้ทุกเดือนช่วงนี้ผมจะมาตรวจจดให้ ไม่มีอะไรแล้วผมไปบ้านต่อไปนะครับ”
