จากเดิมที่แค่ตั้งแผงขายของ ตอนนี้กลายเป็นขายของจริง เย่จื้อเหิงยืนอยู่ด้านหลังตลอดโดยไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้แต่มองดูเย่จื้อฟางขายของอย่างเงียบ ๆ และเสื้อผ้าสองสามตัวนี้ก็ถูกน้องสาวขายออกไปได้จริง ๆ
ขายได้ก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งคือเย่จื้อเหิงรู้สึกว่าน้องสาวพูดจาเก่งมาก ดูภายนอกไม่มีทางรู้เลยว่าสติปัญญามีปัญหา
เย่จื้อฟางหยิบถุงดำที่วางปูกับพื้นขึ้นมา ข้างในมีเสื้อกันหนาวของเธออีกหนึ่งชุด ส่วนในมือถือเงิน 52 หยวนยื่นส่งไป
“พี่ชายสอง นี่เงินค่าชุดเสื้อผ้าสี่ชุด พี่เก็บไว้เถอะ”
เย่จื้อเหิงลังเลเล็กน้อยก่อนจะรับเงินไป เมื่อครู่ตอนรับของมาเขาจ่ายไป 40 หยวน เวลาสั้น ๆ ก็กลายเป็น 52 หยวน แถมน้องสาวยังได้เสื้อผ้ามาฟรี ๆ อีกหนึ่งตัว
เย่จื้อเหิงที่คิดอะไรช้ากว่าคนอื่น ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว การรับของมาก็คือเอาเสื้อผ้ามาในราคาถูก แล้วขายออกในราคาปลีก เงิน 12 หยวนนี้คือเงินที่พวกเขาหาได้ในวันนี้เอง
“เสี่ยวฟาง เธอหมายความว่าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็หาเงินได้ 12 หยวน รวมถึงชุดที่อยู่บนตัวเธอนี่ก็ได้มาฟรี ๆ ด้วย แม่เจ้า นี่มันเท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนของพี่เลยนะ”
ความตื่นเต้นทำให้พี่ชายสองอย่างเย่จื้อเหิงลืมตัวไปเลย ความเร็วในการหาเงินในกรุงปักกิ่งนี่ช่างรวดเร็วจริง ๆ
เย่จื้อฟางถือเสื้อผ้าไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งดึงพี่ชายสองให้เดินออกไป เรื่องบางอย่างพูดให้ห่างออกไปหน่อยดีกว่า คนเยอะตาก็เยอะ พรุ่งนี้เธอยังคิดจะมาขายเสื้อผ้าที่นี่อีก
จนกระทั่งวกวนกลับมาถึงป้ายรถเมล์เพื่อเดินทางกลับอีกครั้ง เย่จื้อฟางจึงค่อย ๆ พูดว่า “พี่ชายสอง ในเมืองใหญ่หาเงินได้เร็วมาก ไม่อย่างนั้นเราอยู่หาเงินที่กรุงปักกิ่งกันเถอะนะ”
