เย่จื้อเหิงไม่คิดจะรับมันตั้งแต่แรก เงิน 100 หยวนนี่เท่ากับเงินเดือนสามเดือนของตัวเองเลย จะรับเงินคุณลุงเผยได้ยังไง
"สหายเย่ รับเงินนี่ไว้เถอะ ถือเป็นเงินอั่งเปาให้น้องสาวก็แล้วกัน"
จนใจพี่ชายสองก็รับเงินมา กลับถึงบ้าน พี่ชายสองที่คุ้นเคยกับงานบ้านก็อดไม่ได้ที่จะเก็บชามตะเกียบบนโต๊ะไปครัว แต่เดิมคิดว่าจะมีหม้อใบใหญ่สำหรับต้มน้ำร้อน แต่หาอยู่พักใหญ่ก็ไม่เจอ เห็นแต่ถังแก๊สตั้งอยู่ ทว่าถังแก๊สพี่ชายสองก็ใช้ไม่เป็น สุดท้ายก็ล้มเลิก ลุกออกมา
เย่จื้อฟางไม่อยากกลับห้องนอนแต่หัวค่ำแบบนั้น กลับนั่งดูโทรทัศน์เงียบ ๆ กับคุณลุงเผย
คุณลุงเผยพบว่าถึงตนจะเปลี่ยนเป็นช่องข่าว เด็กสาวผู้มีสติปัญญาเพียงแปดขวบก็ไม่ส่งเสียงดัง กลับตั้งใจดูด้วยความสนใจ ไม่รู้ว่าเธอจะดูรู้เรื่องหรือเปล่า
ความจริงแล้วเย่จื้อฟางต้องการเข้าใจพัฒนาการของยุคสมัยนี้ ก็ต้องอาศัยข่าวภาคค่ำนี่แหละถึงจะรู้สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอยู่ปักกิ่งและพัฒนาตัวเองในภายหน้า
เย่จื้อฟางนั่งครุ่นคิดไปพลางดูไปพลาง ยุคนี้เหมือนว่าทางเซินเจิ้นกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีเงินทุนทั้งในและนอกประเทศหลั่งไหลเข้าไป ทำให้เซินเจิ้นไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน หรือการค้าขายล้วนเติบโตอย่างก้าวกระโดด จริง ๆ แล้วถ้ามีโอกาสก็ไปหาช่องทางค้าขายที่เหมาะสมทางใต้ได้
จนกระทั่งข่าวภาคค่ำใกล้จบ คุณลุงเผยถามขึ้นมาลอย ๆ ว่า "เสี่ยวฟาง เมื่อกี้ในทีวีพูดถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นจะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมและการส่งออกเพื่อสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจแบบมุ่งสู่ภายนอกน่ะหมายความว่าไงนะ"
