บางทีคุณพ่อเผยอาจยังคิดไม่ออกว่าจะพูดกับลูกชายสองคนอย่างไร ในบ่ายวันนั้นจึงไม่ได้ไปหาพวกเขา คิดเสียว่าปล่อยให้ลูกชายคนเล็กใจเย็นลงอีกสักสองสามวัน เผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจอีกครั้งก็ได้
ฝ่ายเผยเช่าอู่ก็รวดเร็ว ในมื้อเย็นวันนั้นเองเขาไปหาพี่ชายใหญ่ที่โรงอาหาร ปกติแล้วพี่ชายใหญ่จะมาถึงโรงอาหารช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย เพราะงานในแต่ละวันก็ยุ่งมากเช่นกัน
เมื่อเห็นเผยเช่าอู่นั่งลงตรงหน้า พี่ชายใหญ่อย่างเผยเช่าจวินก็ประหลาดใจไม่น้อย
"พี่ใหญ่ ผมจะบอกให้นะ ที่บ้านเรามีแขกมา แล้วก็เป็นคนที่มาหาเรื่องแต่งงานกับน้องสามด้วย ได้ยินว่าเป็นพี่น้องกันสองคนมาด้วยกัน พ่อเองก็ไม่รู้ไปหมั้นหมายน้องสามตั้งแต่เด็กเมื่อไหร่ ครอบครัวนั้นก็ไม่รู้ไปสืบหาข่าวมาจากไหนถึงตามมาถึงนี่"
เรื่องนี้พี่ชายรองตระกูลเผยก็หาทางพิสูจน์ไม่ได้ นอกจากช่วงตรุษจีนที่ได้กลับไปพักอยู่บ้านไม่กี่วัน หลังจากนั้นก็กลับมาทำงานที่หน่วยตามปกติ มีก็แต่พ่อที่ขึ้นรถกลับบ้านทุกวัน
"นี่มันเรื่องดีไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมน้องสามถึงไม่ยอม?" พี่ชายใหญ่เผยเช่าจวินพูดอย่างสั้นกระชับได้ใจความ
เวลานี้พี่ชายรองเผยเช่าอู่กลับคิดเหมือนกับน้องสาม เรื่องดี? จะเป็นเรื่องดีได้อย่างไร
"พี่ใหญ่ ถ้าเป็นหญิงสาวปกติธรรมดาก็ว่าไปอย่าง น้องสามบอกว่าผู้หญิงคนนั้นมีสติปัญญาแค่แปดขวบ ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลา แล้วยังต้องคอยดูแลอีก คนแบบนี้ให้พี่ พี่จะเอาไหมครับ? น้องสามบอกแล้วว่าได้บอกกับพ่อไปทันทีว่าไม่ยอมการแต่งงานครั้งนี้ ถึงตีตายก็ไม่แต่ง น้องสามให้ผมบอกพี่ว่าช่วงนี้พ่ออาจโทรศัพท์หาพวกเรา คงจะเรียกเราสองคนพี่น้องกลับบ้านไปดูตัว ผมว่า ผมขอตัวดีกว่า ยังไงงานแต่งนี้ก็ไม่ใช่ของผมอยู่แล้ว บุญอย่างนี้ผมไม่อาจรับได้"
