เย่จื้อฟางกลั้นหัวเราะอยู่ในใจ เธอเองก็อยากเห็นปฏิกิริยาของคนรอบข้างเหมือนกัน ยังไงคนอื่นก็ไม่รู้ ตอนนี้สีหน้าของพี่ชายสองดูเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด
หญิงวัยกลางคนที่เพิ่งลุกขึ้นยืนแตะไหล่ของเย่จื้อเหิงเบา ๆ "น้องชายคนนี้ ทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ฉันไม่ได้บอกว่าจะให้น้องสาวคุณแต่งงานกับลูกชายฉันหรอกนะ แค่ฉันค่อนข้างชอบน้องสาวคุณ ถ้ามีโอกาสให้รู้จักกับลูกชายฉัน เผื่อเขาอาจจะชอบน้องสาวคุณก็ได้"
ฝ่ายหญิงสาวจากคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวที่อยู่ตรงข้ามก็พูดช่วยป้าแกอีกแรง "ใช่ค่ะ ป้าแกก็แค่อยากถามว่าน้องสาวคุณแต่งงานหรือยัง ถ้ายังก็อาจจะมีโอกาสได้รู้จักกับลูกชายแก เผื่อว่าอาจจะชอบลูกชายแก"
หลังจากคนรอบข้างอธิบาย สีหน้าของเย่จื้อเหิงก็ดีขึ้นมาก แต่คำพูดที่หลุดออกมาก็ยังฟังดูไม่ค่อยดีนัก "น้องสาวผมยังไม่อยากแต่งงาน ก็ไม่ต้องรบกวนทุกคนมาเป็นแม่สื่อให้หรอกครับ"
ตลอดการเดินทางหลังจากนั้น เย่จื้อฟางไปเข้าห้องน้ำสองครั้ง แต่ละครั้งมีพี่ชายสองเดินนำหน้าไปก่อน กลับมาก็จะให้เธอนั่งตรงริมหน้าต่างเหมือนเดิม
ส่วนเย่จื้อเหิงนั้นไปเข้าห้องน้ำเร็วยิ่งกว่านั้นอีก แทบอยากจะถีบคนข้างหน้าให้พ้นทางแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำเลย ตอนนั้นแม้แต่ทางเดินก็เต็มไปด้วยคน นึกภาพออกเลยว่าการไปเข้าห้องน้ำยากลำบากขนาดไหน
เย่จื้อฟางรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าการนั่งรถไฟนั้นยาวนานแสนนาน เธอไม่เคยนั่งรถไฟนานขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ช่างทรมานจริง ๆ
ระหว่างทาง เธอเคลิ้มหลับไปหลายรอบด้วยความมึนงง แต่ละครั้งก็หลับไม่สนิท เสียงพูดคุยของคนรอบข้างและเสียงดังมาจากทางรถไฟทำให้เย่จื้อฟางนอนไม่หลับเลย
