ในเวลาเดียวกัน เย่จื้อฟางและเฉินตงผิงตั้งแผงขายของมาได้สองชั่วโมงแล้ว ทั้งสองไม่ได้เอาของมาทีละมาก ๆ วันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะมากกว่าวันธรรมดาหน่อย ส่วนวันทำงานก็จะน้อยลงหน่อย แต่ละวันทำเงินได้เกือบ ๆ ห้าร้อยหยวน เมื่อเทียบกับคนทำงานกินเงินเดือนส่วนใหญ่แล้วถือว่าดีกว่ามาก
ขณะที่เย่จื้อฟางกำลังยกเสื้อผ้าขาย จู่ ๆ เฉินตงผิงก็ดึงเธอไว้ "พี่ ข้ามถนนไปมีรถจี๊ปทหารจอดอยู่ มองนั่นสิ"
มองตามที่เฉินตงผิงชี้ไป เย่จื้อฟางก็เห็นคุณพ่อเผย หรือก็คือพ่อบุญธรรมก้าวลงมาจากรถจี๊ปทหาร รูปร่างสูงโปร่งกับชุดทหารชุดนั้นเด่นสะดุดตามากท่ามกลางฝูงชน
ดีที่ถนนฟากนี้คนเดินขวักไขว่ พ่อบุญธรรมคงมองไม่เห็นเธอในทันที
เย่จื้อฟางรีบยัดเสื้อผ้าในมือใส่มือเฉินตงผิง แล้วก้าวถอยหลังไปเงียบ ๆ ทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งนั้น
แม้ไม่รู้ว่าเย่จื้อฟางมีปฏิกิริยาเช่นนี้ทำไม เฉินตงผิงก็ฉลาดพอที่จะเล่นตามน้ำ ยังคงร้องเรียกลูกค้าเหมือนเดิม
ไม่นานนัก คุณพ่อเผยก็เดินข้ามถนนมา ยืนอยู่ตรงแผงของเฉินตงผิงแล้วมองเย่จื้อฟาง ชัดเจนว่าวันนี้ลูกสาวบุญธรรมดูดีขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก สีหน้าก็กลับมาปกติแล้ว
"เสี่ยวฟาง ไปกับฉัน" คุณพ่อเผยพูดเสียงเรียบไร้อารมณ์
เย่จื้อฟางเงยหน้าขึ้น ทำเหมือนเพิ่งเห็นคุณพ่อเผย "พ่อบุญธรรม มีเวลามาหาหนูได้ยังไงคะ"
ปากพูดเช่นนั้น แต่ตัวเย่จื้อฟางก็อ้อมแผงขายของเดินออกมา เธอคิดว่าตอนนี้ยังไม่ถึงสิบโมง พ่อบุญธรรมคงจะพาไปกินข้าวอีกแล้วกระมัง
