อาจเป็นเพราะร้านเปิดใหม่มีส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ ตลอดบ่ายร้านเสื้อผ้าก็มีลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสาย เย่จื้อฟางคิดในใจว่าพรุ่งนี้เช้าต้องรีบไปตลาดขายส่งเสื้อผ้าเพื่อไปรับสินค้าโดยตรงจากหน้าร้านของโรงงานเสื้อผ้าหลายแห่ง หลังจากเปิดร้านแล้ว เสื้อผ้าขายดีกว่าตอนตั้งแผงลอยขายมากจริง ๆ
วันนี้แค่ยอดขายก็เกินสามพันหยวน กำไรน่าจะประมาณหนึ่งพันหยวน ถ้าอย่างนั้นอีกไม่กี่เดือนตัวเองก็จะสามารถซื้อบ้านของตัวเองในกรุงปักกิ่งได้แล้วสิ
หลังบ่ายสี่โมงคนก็แทบไม่เข้าร้านอีกแล้ว พูดได้อีกอย่างว่าช่วงกลางวันลูกค้ามากก็เพราะอาศัยผู้คนที่เดินทางมาตลาดค้าส่งเสื้อผ้าใกล้ ๆ ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเปิดร้านต่อไปในตอนกลางคืน
เย่จื้อฟางและเฉินตงผิงที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันช่วยกันทำความสะอาดร้านเสื้อผ้า ปิดประตูหน้าต่างแล้วเดินเข้าไปในบ้านซื่อเหอย่วน
"เสี่ยวฟาง เสี่ยวตงจื่อ มานี่หน่อย ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย"
เย่จื้อฟางมองไปที่คุณปู่โจวซึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะหินด้านนอก จนถึงตอนนี้ก็ยังมองคุณปู่โจวไม่ออก แต่พูดโดยรวมแล้ว นอกจากน้ำเสียงที่ฟังดูแปลก ๆ แต่คนก็ยังดีอยู่มาก
เย่จื้อฟางและเฉินตงผิงสบตากันแล้วเดินเข้าไปหา แม้ข้าง ๆ จะมีที่นั่งว่าง แต่ทั้งสองคนก็ไม่กล้านั่งลง กลับยืนอยู่ข้าง ๆ เหมือนเป็นบ่าวรับใช้
"คุณปู่โจว" เย่จื้อฟางกล่าวเสียงเบา
"พวกเจ้าสองคนก็นั่งลงเถอะ"
ขณะที่เย่จื้อฟางกำลังลังเลว่าจะนั่งหรือไม่นั่ง ป้าที่ทำอาหารก็นำเบาะรองนั่งสองผืนมาวางบนม้านั่งหิน ซึ่งเป็นของที่ป้าใช้เวลาช่วงพักเที่ยงรีบทำออกมา
