เย่จื้อเหิงหัวเราะออกมา แต่ดูเหมือนจะไปโดนแผลตรงไหนเข้าจนต้องเบ้หน้า เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ใช่ไม่มีดีเสียทีเดียว
ถึงอย่างนั้นก็ยังปากแข็งพูดว่า “เสี่ยวฟาง พี่สองไม่เจ็บ แค่นี้เล็กน้อย”
คุณพ่อเผยมองดูคนทั้งสองในลานบ้าน ถือว่าสหายเย่กับเสี่ยวฟางก็เป็นแขกที่มาเยี่ยมถึงบ้าน การที่ลูกชายตัวเองทำแบบนี้ก็เกินไปหน่อย
“พอแล้ว กลับกรมทหารไปฝึกให้หนักๆ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไม่ต้องกลับบ้าน”
คุณพ่อเผยพูดประโยคนี้ใส่เผยเช่าถิง ที่พูดแบบนี้ก็เพราะว่าเจ้าลูกชายสามที่เป็นทหารเก่ามาห้าปีแล้ว กลับมาต่อยกับสหายเย่ที่มาจากชนบทได้แค่สูสี บอกออกไปหน้าตัวเองก็ไม่มีที่ไว้
มิน่าล่ะตอนกลับมาถึงเห็นรถจี๊ปอีกคันจอดอยู่หน้าประตู อีกอย่างเขาก็รู้ว่าพี่ชายใหญ่กับพี่ชายสองไปทำภารกิจ คนที่กลับบ้านก็มีแต่ลูกชายสาม
ตอนนี้เผยเช่าถิงก็ไม่มีเหตุต้องอยู่บ้านต่อแล้ว ยังไงตัวเองก็ขอลามาแค่สองชั่วโมง พลางจ้องเขม็งใส่เย่จื้อเหิงอย่างเคียดแค้น มือก็เก็บหมวกที่ตกพื้นขึ้นมา แล้วหมุนตัวเดินไปทางประตูใหญ่
เย่จื้อฟางมองดูพี่ชายสองกับเผยเช่าถิงต่อสู้กันตลอดเวลา อีกฝ่ายมีทั้งเตะทั้งต่อยถูกตัวพี่ชายสองหลายทีเหมือนกัน ดูท่าพี่ชายสองจะรับมือกับพวกขโมยกระจอกๆ ได้สบาย แต่ถ้าต้องมาเจอคนที่ฝึกมาจากกองทัพจริงๆ เกรงว่าคงสู้ลำบาก
“พี่สอง ให้ฉันดูหน่อยสิว่าบาดเจ็บตรงไหน”
เย่จื้อฟางไม่สนใจว่าคุณพ่อบุญธรรมกับแม่ของเผยเช่าหนิงจะยืนอยู่ข้างนอก มือก็จับเปิดเสื้อคอเต่าทหารสีเขียวของพี่สองขึ้นมาทันที
