ระหว่างพักรักษาตัว ลู่ชิงเสวี่ยได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเธออยู่ไม่น้อย
“เป็นแบบนี้อีกแล้ว แค่เธอนำทีมออกไป ทุกครั้งที่กลับมาก็ต้องสูญเสียอย่างหนัก”
“ไม่มีความสามารถก็อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้ไหม?”
“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้พ่อแท้ ๆ ของเธอเป็นคนของพันธมิตรล่ะ? เธอเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเสิ่น หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ มีฐานะสูงส่งก็เลยไม่เห็นชีวิตคนธรรมดาเป็นชีวิตคนสินะ...”
“พวกเธอพูดอะไรกัน? ถ้าแน่จริงก็พูดต่อหน้าฉันสิ!” ลู่ชิงเสวี่ยขว้างถุงสารอาหารใส่ผู้มีพลังพิเศษสายรักษาที่กำลังรักษาเธอ
เด็กสาวสองคนตกใจจนรีบเงียบกริบ หดคอแล้ววิ่งหนีไป
ทั้งคู่เพิ่งออกไป รองหัวหน้าทีมของเธอก็วิ่งเข้ามา เป็นเด็กสาววัยไล่เลี่ยกับเธอ แต่ดูเหมือนจะสุขุมกว่า
“หัวหน้าทีม ผู้บัญชาการฐานออกคำสั่งใหม่ ให้ขุดอุโมงค์ใต้ดินเพื่อเจาะโล่ป้องกันของซูเปอร์มาร์เก็ตจากด้านล่าง นี่เป็นงานใหญ่ พวกเราคิดว่าไม่เหมาะค่ะ”
“เธออยากพูดอะไร?” ลู่ชิงเสวี่ยที่ยังโกรธไม่หายมีสีหน้าไม่สบอารมณ์
“ทางซูเปอร์มาร์เก็ตกำลังเร่งสร้างแนวป้องกันทั้งคืน เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาได้ข่าววงในมาว่าคลื่นซอมบี้ใหญ่ในหมอกแดงเปลี่ยนทิศทาง?”
“กำแพงชั้นนอกหลายจุดรอบฐานรุ่งอรุณมีรอยร้าว ต้องรีบเสริมความแข็งแรง กระสุนของเราก็มีไม่พออย่างเห็นได้ชัด ถ้าเกิดคลื่นซอมบี้ใหญ่ขึ้นมาจริง ๆ ต่อให้เป็นระดับเอ พวกเราก็รับมือไม่ไหว”
“เพราะงั้นตอนนี้เราควรรวมกำลังคนไปสร้างแนวป้องกันก่อนหรือเปล่าคะ? เผื่อว่า...”
“เผื่ออะไร? ไม่มีเผื่อทั้งนั้น! ตอนนี้ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดก็คือร้านบ้า ๆ นั่น ส่วนคลื่นซอมบี้ใหญ่อะไรนั่นเป็นเรื่องปีหน้า!”
