เซินอู้เฉียวกับลู่เซียวและคนอื่น ๆ วิ่งเข้าไปในเมืองรกร้างไร้ผู้คน เพื่อหลบหนีคลื่นศพดิบที่ประกอบด้วยซอมบี้นับพันตัว
เดิมทีลู่ชิงเสวี่ยกับทีมของเธอตั้งใจจะหนี แต่กลับถูกซอมบี้อีกกลุ่มตัดทางถอย จึงจำใจต้องวิ่งหนีตามเซินอู้เฉียวกับพวกเขาไป
“ใกล้ค่ำแล้ว ตอนกลางคืนซอมบี้วิ่งเร็วกว่าเดิม ต้องหาที่หลบสักคืนก่อน!” ลู่เซียวคุ้นเคยกับเมืองนี้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจพาเซินอู้เฉียวกับคนอื่น ๆ มุ่งหน้าไปยังโรงแรมสนามบินแห่งหนึ่ง
พี่หลานใช้พลังจิตตรวจสอบสถานการณ์ภายในโรงแรมจากระยะหนึ่งกิโลเมตร “ล็อบบี้มีซอมบี้ระดับต่ำสิบตัว ทางเดินชั้นสองมีหนูกลายพันธุ์สามตัว ชั้นสามมีซอมบี้ระดับห้าหนึ่งตัว”
“ฉันจะไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน...” พลังพิเศษสายลมของลินเฟิงทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาเป็นรองเพียงผู้มีพลังพิเศษด้านความเร็วโดยตรงเท่านั้น
เมื่อทุกคนมาถึงด้านนอกโรงแรม ภัยคุกคามภายในก็ถูกกำจัดจนหมดแล้ว
“ห้องสุดทางฝั่งใต้ของชั้นสาม ประตูหน้าต่างยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ค่อนข้างสะอาด มีทัศนวิสัยดี ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวได้!”
ทันทีที่พี่หลานพูดจบ คนในทีมของลู่ชิงเสวี่ยก็ได้รับสัญญาณจากเธอ ก่อนจะพุ่งเข้าไปยึดห้องด้วยความเร็วสูงสุด
“พวกคุณยังมียางอายอยู่ไหม? ตามพวกเรามาตลอดทางก็ว่าแล้ว ยังจะแย่งที่ของเราอีกหรือ?” เซินอู้เฉียวชี้หน้าลู่ชิงเสวี่ยพลางซักถาม
ลู่ชิงเสวี่ยไม่ใส่ใจ แถมยังยิ้มเยาะอย่างได้ใจ “พวกเราแย่งมาด้วยความสามารถ เมืองไร้เจ้าของแบบนี้ คุณเอาอะไรมาคิดว่าเป็นของคุณ?”
เซินอู้เฉียวเท้าเอว กลอกตามองหล่อน “เอาความไร้ยางอายมาเป็นความไร้เทียมทาน แล้วยังภูมิใจมากใช่ไหม?”
“อู้เป่า อย่าไปสนใจหล่อน พวกเราอยู่ให้ห่างจากตัวซวยนี่กันเถอะ” ลู่เซียวเห็นว่าคลื่นศพดิบด้านหลังกำลังจะตามมาทัน จึงลากเธอออกจากโรงแรมแล้ววิ่งตรงไปยังสนามบิน
