เช้าวันรุ่งขึ้น หม่าเสี่ยวหลานพาหนุ่มหล่อหน้าตาน่าเอ็นดูเหมือนลูกหมาตัวน้อยมาคนหนึ่ง
หนุ่มหล่อคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง ผอมเพรียว ไหล่บาง
ผิวขาวซีดโทนเย็นราวเครื่องเคลือบ ไม่เหมือนชายฉกรรจ์ที่กรำแดดมานาน จุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือดวงตาคู่นั้น สีม่านตาอ่อน เป็นสีเทาใสคล้ายแก้ว
หางตาตกลงเล็กน้อย ในดวงตาซ่อนแสงนุ่มนวลที่แตกเป็นริ้วแต่เจือความหม่นเศร้า ราวกับดวงดาวที่แตกสลายในราตรี เพียงมองแวบเดียวก็จดจำได้
“เจ้าของร้าน เขาอยู่หอพักรวมข้างห้องเรา พ่อแม่ของเขาตายเพื่อช่วยคนในครอบครัว หลังจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับครอบครัวของลุง แต่พวกนั้นไม่ดีกับเขา มักไม่ให้อาหารเขากิน”
“เขามีพลังพิเศษด้วย แค่คริสตัลทั้งหมดถูกลุงเอาไปให้ลูกชายไม่ได้เรื่องของตัวเองใช้ เขาเลยอัปเลเวลไม่ได้สักที” หม่าเสี่ยวหลานกลัวว่าเขาจะประหม่า และกลัวว่าเซินอู้เฉียวจะไม่รับเขา จึงช่วยพูดให้หลายอย่าง
“ชื่ออะไร พลังพิเศษคืออะไร” เซินอู้เฉียวถาม
“ผม...ผมชื่อเจียงหยาง อายุสิบแปดปี พลังพิเศษคือ...คือเงา” เสียงของเจียงหยางเบาราวเสียงยุง แต่ไพเราะมาก ใบหูแดงก่ำจนน่าตกใจ
“เงา? มีพลังพิเศษแบบนี้ด้วยเหรอ” เซินอู้เฉียวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“มีครับ ฐานที่มั่นบอกว่าเป็นพลังพิเศษไร้ประโยชน์ ใช้ทำอะไรไม่ค่อยได้” เจียงหยางก้มหน้าต่ำลงเรื่อย ๆ
“สะดวกแสดงให้ดูหน่อยไหม” เซินอู้เฉียวสงสัยใคร่รู้จริง ๆ
จากนั้นเธอก็ได้เห็นฉากชวนตะลึง เงาที่อยู่ด้านหลังเจียงหยางกลับเดินออกมาเอง มันเดินไปที่ชั้นวางของ หยิบกล่องช็อกโกแลตลงมา แล้วนำกลับไปวางคืนที่เดิม
“นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว! งั้นปกติเธอก็ไม่เหงาเลยสิ เล่นกับตัวเองได้ทั้งวัน พลังพิเศษนี้ดีจริง ๆ!”
