เสียงอู้อี้สองคำว่า “เมียจ๋า” จากปากหัวมันเยิ้ม ทำให้เซินอู้เฉียวกับพวกตกตะลึง
ก่อนหน้านี้เซินอู้เฉียวเห็นผู้ชายคนนั้นทะนุถนอมเด็กหญิงเบบี้อย่างดี ก็คิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน ไม่คิดเลยว่า...
น่าขยะแขยง!
‘สัตว์ประหลาด’ ที่ถูกเส้นไหมประหลาดปกคลุม พอได้ยินชายคนนั้นเรียกขอความเมตตา เส้นไหมบนร่างกลับเริ่มหดกลับเข้าไปในตัว
เส้นไหมประหลาดที่พันซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ราวกับมุดกลับเข้าไปในรูขุมขน ผิวหนังที่เผยออกมาจึงเต็มไปด้วยบาดแผลชวนสยดสยอง
ราว 3 นาทีต่อมา สัตว์ประหลาดก็กลับคืนร่างเป็นผู้หญิงคนนั้น
แต่ต่างจากท่าทีเงียบงันและอดกลั้นก่อนหน้านี้ ดวงตาสีแดงก่ำของเธอกลับเต็มไปด้วยความแค้นที่ปั่นป่วนพลุ่งพล่าน
เส้นไหมประหลาดที่มัดหัวมันเยิ้มกับเด็กหญิงเบบี้ไว้ไม่ได้หายไป ทั้งสองยังคงล้มคว่ำอยู่บนหิมะในสภาพน่าเวทนาและเจ็บปวด
“ยังจำได้ด้วยเหรอว่าฉันเป็นใคร? ตอนที่แกเอาฉันไปเป็นภาชนะรองรับความแค้น เพื่อเอาใจผู้หญิงคนนี้ เลี้ยงเส้นไหมแห่งความแค้นจนฆ่าลูกชายฉัน แกยังจำได้ไหมว่าตัวเองเป็นใคร?!”
เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของหญิงสาวทำให้เส้นไหมประหลาดนับหมื่นที่อัดแน่นด้วยความแค้นพุ่งแทงเข้าที่ท้องของชายคนนั้น ชั่วพริบตา เอวและท้องของเขาก็ถูกแทงทะลุ
“พรวด~” ชายคนนั้นเบิกตากว้าง เลือดพุ่งออกจากปาก เปื้อนหิมะเป็นปื้นสีแดงสะดุดตา
“อี๋~” เซินอู้เฉียวตกใจจนรีบหดคอแล้วเบือนหน้าหนี
เลือดสาดเกินไป โหดร้ายเกินไปแล้ว
ความกลัวตายและความเจ็บปวดจากการเสียเลือดทำให้ชายคนนั้นสั่นเทาด้วยความหวาดผวา “ฉันทำไปก็เพื่อ...ทุกคน...อวี๋เป่าเป่ามีพลังพิเศษ เธอใช้ความแค้นเลี้ยงเส้นไหมแห่งความแค้นได้...เธอช่วยพวกเราได้...”
“เพราะงั้นฉันกับลูกชาย...สมควรตายงั้นเหรอ?!” น้ำตาเลือดไหลจากใต้ดวงตาของหญิงสาว
เส้นไหมประหลาดนับหมื่นที่แทงอยู่ในท้องชายคนนั้นกระชากออกอย่างแรง ก่อนวกกลับไปแทงเข้าปากที่กำลังแก้ตัวของเขา
