ชิวซวงได้ฟังคำสั่งของซู่เหยา ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นทันใด “คุณหนูใหญ่ ให้มิได้นะเจ้าคะ นั่นเป็นสินเดิมที่ฮูหยินผู้เฒ่าเอาไว้ให้ท่าน...”
คุณหนูใหญ่อยู่ในจวนก็ลำบากยากเข็ญอยู่แล้ว หากต้องยกร้านน้ำปรุงออกไป ต่อไปจะมีชีวิตอยู่เช่นไร?
“พอได้แล้ว ข้ามีแผนการของข้า เอาโฉนดออกมา มอบให้ฮูหยิน อย่าให้เกิดความล่าช้า”
ซู่เหยาส่งสายตามองไปครั้งหนึ่ง ชิวซวงก็พลันหยุดลงทันที
พลันนึกขึ้นมาได้ว่า ก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่ให้นางไปซื้อของโบราณปลอม คุณหนูใหญ่ย่อมไม่มอบร้านน้ำปรุงให้ง่ายๆ เป็นแน่
คุณหนูใหญ่ต้องมีแผนการรับมือแน่นอน
นางจะมาทำลายแผนการของคุณหนูใหญ่ไม่ได้
“บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” ชิวซวงนำโฉนดร้านน้ำปรุงกับสัญญาผู้จัดการร้านและพนักงานออกมา
หว่านซื่อค้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบใบหนึ่งออกมาส่งให้อย่างคล้ายลดเกียรติ “ฉบับนี้ เป็นร้านสินเดิมที่ฮูหยินผู้เฒ่ามอบไว้ให้เจ้าแต่แรก เจ้าเก็บเอาไว้เถิด”
“สิ่งใดควรเป็นของเจ้า มารดาย่อมไม่เอา”
“มารดาเพียงเอาคืนเฉพาะของที่เป็นของโหวฝูเท่านั้น”
ซู่เหยายิ้มบาง “ฮูหยินช่างเป็นผู้มีเหตุผลยิ่งนัก”
หลังจากให้คนเก็บสัญญาเรียบร้อย หว่านซื่อก็เผยรอยยิ้มเมตตาออกมา “ซู่เหยา ร้านน้ำปรุงมีขนาดใหญ่โตถึงเพียงนี้ นอกจากสูตรลับที่ตกทอดจากบรรพบุรุษแล้ว ส่วนเล็กน้อยก็เป็นผลงานของเจ้าเช่นกัน”
“มารดามิใช่คนไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด จำเป็นต้องให้รางวัลตอบแทนเจ้า จะไม่ขาดตกบกพร่องแน่”
“เจ้าอยากได้สิ่งใด บอกมาได้เลย”
ซูหมิงเพ่ยเอ่ยเสียงเรียบ “ซู่เหยา มารดาดีกับเจ้าเพียงนี้ ยังไม่รีบขอบคุณมารดาอีก”
ซู่เหยาก้มหน้าลงยิ้ม
ช่างมีใจเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์เสียจริง เอาร้านน้ำปรุงมูลค่ามหาศาลไป ให้สิ่งตอบแทนเล็กน้อย ยังบังคับให้นางสำนึกบุญคุณอีก
