หมอตำแยไม่ยอมไปด้วย ซูหมิงจูจนปัญญา ได้แต่ให้คนไปหาหมอตำแยคนอื่นมาใหม่
กว่าจะหาหมอตำแยคนใหม่ได้ ก็ได้รับแจ้งว่า พ่อค้าผู้จัดส่งเครื่องหอมนำของมาส่งแล้ว ต้องให้นางไปตรวจนับด้วยตนเอง
ของมูลค่าสามหมื่นตำลึง ต้องเซ็นรับต่อหน้า แลกเปลี่ยนเงินกับสินค้าต่อหน้าต่อตา
ซูหมิงจูชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว ตัดสินใจส่งหญิงผู้ดูแลเรือนคนหนึ่งติดตามซู่เหยาไป ส่วนตนจะไปตรวจรับสินค้า
พ่อค้าเครื่องหอมมีทั้งหมดสามคน ซูหมิงจูเห็นท่านพ่อค้าเซี่ยตั้งแต่แรกเห็น
สาเหตุหลักคือท่านพ่อค้าเซี่ยแต่งกายหรูหราเกินไป อวิ๋นจิ่นบนร่างเป็นของบรรณาการที่ยากจะหาซื้อได้ด้วยเงินพันตำลึง แหวนสวมนิ้วโป้งหยกที่สวมบนมือ ป้ายหยกที่ห้อยกับเข็มขัดหนัง ล้วนเป็นหยกมรกตสีน้ำงามอย่างยิ่ง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบหน้างดงามดุจหยกที่พบแล้วยากจะลืมเลือน กิริยาท่วงท่าล้วนเผยความสูงส่งเย่อหยิ่ง
ครอบครัวธรรมดาที่ไหนจะบ่มเพาะบุรุษผู้เปี่ยมสง่าราศีเช่นนี้ได้ ต้องเป็นคุณชายจากตระกูลอ๋องหรือเชื้อพระวงศ์สกุลใดเป็นแน่
เพียงแต่ คุณชายเช่นนี้ เหตุใดจึงมาค้าขาย?
ซูหมิงจูลอบถามผู้อื่นว่า “ท่านพ่อค้าเซี่ยเป็นคุณชายสกุลใดหรือ?”
ผู้ที่ถูกถามก็ไม่รู้ “รู้เพียงว่าเขามีเส้นสายกว้างขวาง สินค้าอะไรก็หาได้ ฐานะที่แท้จริงนั้นไม่มีใครรู้ มีคนว่าเขาเป็นเชื้อพระวงศ์ บ้างก็ว่าเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ บ้างก็ว่าเขามาจากตระกูลลับที่ถอนตัวจากโลกภายนอก พูดกันไปต่างๆ นานา อย่างไรก็ไม่ธรรมดา”
ลึกลับและสูงส่ง
เพียงชั่วครู่ก็สะกิดความสนใจของซูหมิงจูขึ้นมา
