ซู่เหยาซ่อนตัวอยู่ในตู้ บานตู้หนาหนักถูกปิดลงอย่างแน่นหนา ชั่วพริบตาก็ตัดขาดแสงไฟและเสียงอึกทึกด้านนอก เหลือไว้เพียงความมืดมิดที่ข้นหนืดจนละลายไม่หมด ห่อหุ้มร่างนางไว้อย่างมิดชิด
ภายในตู้คับแคบอึดอัด อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้เก่าและฝุ่นคละคลุ้ง
ยามนี้ สีหน้านางราบเรียบดั่งผิวน้ำ ทว่าภายในจิตใจหาได้สงบเย็นไม่
คราวที่เกิดเพลิงไหม้ นางก็รู้สึกแล้วว่ามีสิ่งใดผิดปกติ
ก่อนงานโคมไฟจะเริ่มขึ้น หน่วยลาดตระเวนประจำเมืองได้ประกาศคำสั่งครั้งแล้วครั้งเล่าให้ระวังอัคคีภัยอย่างเข้มงวด ทั้งยังให้ร้านค้าต่าง ๆ ลงนามในหนังสือรับผิดชอบ
แต่ละครัวเรือนล้วนเตรียมน้ำไว้ แม้จะเกิดประกายไฟขึ้น ก็คงถูกดับลงได้โดยเร็ว
การที่เกิดไฟไหม้พร้อมกันหลายจุดเช่นนี้ เปลวเพลิงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนแตกตื่นอลหม่าน ต้องเป็นฝีมือมนุษย์แน่แท้
ในใจนางมีลางสังหรณ์ ว่าต้องมุ่งเป้ามาที่นางเป็นแน่
เพียงแต่ มือที่อยู่เบื้องหลังครั้งนี้ ไม่ทราบว่าเป็นเซวียเชียนอี้หรือเผยอวี้เฉิง
วินาทีที่ได้ยินความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุรุษชุดดำ สิ่งแรกที่นางนึกถึงคือเผยอวี้เฉิง
นางสงสัยมานานแล้วว่าเผยอวี้เฉิงสมคบคิดกับโจรภูเขา
ทว่าเผยอวี้เฉิงออกจากนครหลวงไปหลายวันแล้ว ย่อมไม่สามารถยื่นมือมาถึงที่นี่ได้
หากเป็นเผยอวี้เฉิงที่ต้องการจับนาง นางกลับไม่กังวล
หากเผยอวี้เฉิงลักพาตัวนางไป นางยังจะได้สืบหาชาติกำเนิดของตนไปด้วยในตัว
แต่หากเป็นการบงการของเซวียเชียนอี้ที่อยู่เบื้องหลัง สถานการณ์จะย่ำแย่นัก
เซวียเชียนอี้ชังนางถึงขั้วกระดูก หากนางถูกโจรภูเขาพวกนี้จับตัวไปได้ จุดจบคงน่าอนาถใจยิ่ง โจรภูเขาไร้ซึ่งมนุษยธรรม สตรีที่ถูกพวกมันลักพาตัวไป ล้วนมิอาจรอดพ้นจากการถูกย่ำยี