อู๋ซิ่วหลินใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่ก็ไม่อาจผลักชุยจิ่วออกไปได้
ไม่รู้ว่าซู่เหยาให้นางกินยาอะไร ถึงได้อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง ถูกชุยจิ่วกอดรัดขบเม้มอยู่ครู่หนึ่ง กลับรู้สึกรัญจวนใจขึ้นมาอย่างประหลาด
ไม่ได้ นางต้องไม่ทำแบบนี้ อีกไม่นานเซวียเชียนอี้ก็จะพาคนเข้ามาแล้ว สภาพของนางเช่นนี้ ไม่อาจให้ใครเห็น
“ไสหัวไปซะ... ชุยจิ่ว... เบิกตาเน่าของเจ้าดูให้ชัดสิ กอดใครอยู่?!”
อู๋ซิ่วหลินด่าจบ ชุยจิ่วก็พลันสร่างขึ้นบ้างเล็กน้อย
เขามองเห็นคนในอ้อมกอดชัดเจน แม้ศีรษะจะยังมึนงง แต่ก็รู้ว่ากอดผิดคน
ชุยจิ่วเป็นคนสันดานพาลแต่แรก ต่อให้รู้ว่ากอดผิด ก็ไม่ยอมปล่อยมือในทันที
เขากดนางเข้าในอ้อมอก ลูบคลำตรงหน้าอกอย่างแรงสองสามที ก่อนจะกลืนน้ำลายแล้วอุทาน “อ้าว เกิดอะไรขึ้นนี่? ไม่ใช่คุณหนูใหญ่หรือ?”
อู๋ซิ่วหลินแทบจะร้องไห้
นางอยากจะหั่นศพชุยจิ่วเป็นพันท่อน
ทว่า ร่างกายไร้เรี่ยวแรงยิ่งนัก นางผลักชุยจิ่วไม่ออก ร้อนรนจนแทบเป็นบ้า
นางมองไปรอบด้าน หวังให้สาวใช้พบสิ่งผิดปกติและมาช่วยนาง
ทันใดนั้น นางก็สบเข้ากับแววตาเย็นเยียบเปี่ยมด้วยความเหยียดหยันคู่หนึ่ง
ซู่เหยายืนอยู่ด้านข้าง ริมฝีปากแย้มยิ้ม จ้องมองคนทั้งสองโดยมิได้กะพริบตา
อารมณ์ของนางราบเรียบ สีหน้าเรียบเฉย ทว่าในแววตากลับแฝงรอยยิ้มเยาะอย่างแรงกล้า
อู๋ซิ่วหลินรู้สึกอัปยศพุ่งพล่านในอก
ลูกสาวพ่อค้าชั่วช้านี่ ถึงกับกล้าหลอกล่อทำร้ายนางเช่นนี้
“ชุยจิ่ว ไสหัวไปเดี๋ยวนี่!”
เสียงของนางอ่อนยวบ กระทั่งคำพูดยังเชื่องช้า คำด่าที่เอื้อนออกจากปาก ฟังราวกับเกี่ยวพันเสน่หา