ปิ่นทองอันแหลมคมกรีดผ่านผิวหน้าขาวดุจหิมะ ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนน่าเวทนา พื้นเปรอะเปื้อนคราบโลหิต
“อ๊ากกกกก——— หน้าของข้า!!!”
เซวียเชียนอี้กุมใบหน้า ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความหนาวเย็น มือทั้งสองข้างไม่อาจหยุดสั่นเทาได้
ชุยหลิงซ่วงพุ่งเข้ามา ดึงอู๋ซิ่วหลินออกไป “เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ! คิดจะฆ่าคนรึ!”
พวกสาวใช้และป้าแม่บ้านกรูเข้ามา เห็นภาพเบื้องหน้าก็ตกใจจนหน้าซีด
“เร็วเข้า ไปเชิญหมอหลวงมา!”
“คุณหนูเซวีย อย่าเอามือไปจับแผล ต้องใช้น้ำอุ่นต้มสุกชะล้าง ชะล้างเสร็จแล้วจึงทายา ถึงจะไม่ทิ้งแผลเป็น”
เซวียเชียนอี้หลับตาแน่น ตวาดใส่สาวใช้ด้วยเสียงแหบโหย “ยืนเซ่อทำอะไร ยังไม่รีบไปตักน้ำมา!”
นางเป็นแบบอย่างความสง่างามในหมู่คุณหนูตระกูลสูงมาโดยตลอด หลังตรงเสมอ กิริยาวาจางดงามทุกเมื่อ
แต่ในยามนี้ สีหน้านางบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ ปิ่นปักผมยุ่งเหยิง รูปลักษณ์กรีดร้องสุดเสียงดั่งจิตวิปลาส ราวกับอีบ้าคนหนึ่ง
“อู๋ซิ่วหลิน เจ้าบ้าไปแล้ว!”
อู๋ซิ่วหลินทรุดนั่งกับพื้น ร่างกายเย็นเยียบไปทั้งร่าง น้ำตาไหลรินไม่หยุด
“ข้าเป็นบ้า ข้าบ้าจริง ๆ ข้าเป็นบ้าถึงได้ตกลงให้เจ้าจัดการซู่เหยา สุดท้ายคิดร้ายคนอื่นไม่ได้ กลับทำร้ายตัวเอง......”
“ข้าไม่ยอมแต่งกับไอ้คนชั่วชุยจิ่วเด็ดขาด ข้าคือซื่อจื่อฮูหยินแห่งจวนผิงกั๋วกงในอนาคต เซวียเชียนอี้ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าติดค้างข้า...... ถ้าเจ้าไม่ช่วยข้า งั้นก็ตายไปด้วยกัน!”
ปากนางบอกจะตายไปด้วยกัน แต่มือกลับสั่นเทาอย่างหนัก
คุณหนูบ้านบัณฑิตฮั่ยหลินเคยอับอายเช่นนี้มาแต่ไหน
ไม่นาน พวกสาวใช้ก็ยกน้ำอุ่นมาล้างแผลให้เซวียเชียนอี้ อู๋ซิ่วหลินก็ถูกพาไปยังห้องปีกด้านข้าง