นางไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวที่ไปหาชุนเถาเพื่อรับของตอบแทน ฟังดูราวกับว่านางกลับมาช้าเพราะถือกระถางดอกเบญจมาศที่จะมอบให้คุณหนูห้ากลับมาโดยไม่ทันระวัง
ถึงอย่างไร เรือนเพาะดอกไม้ใหญ่ก็อยู่ห่างจากเรือนอวี้ฮวาพอสมควร
พอเหวินฉานได้ฟังก็คลายสีหน้าลง ยื่นมือมารับกระถางอย่างระมัดระวัง “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ลำบากเจ้าถือกลับมาตลอดทางแล้ว”
นางตรวจดูดอกเบญจมาศเขียวอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีกลีบดอกหลุดร่วงแม้แต่กลีบเดียว รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าเล็กน้อย
“พี่ชุนเถาช่างใส่ใจ ดอกเบญจมาศเขียวนี้หายากยิ่ง กำลังจะบานแต่ยังไม่บานเต็มที่ เหมาะแก่การชมเป็นที่สุด เมื่อครู่คุณหนูห้าก็ตื่นจากงีบกลางวันแล้ว ข้าจะยกไปให้นางดูเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบ นางก็หันไปบอกเจียงเหวินเยว่ “เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน อย่าเดินเพ่นพ่านล่ะ”
เหวินฉานพูดจบก็ไม่รอให้นางตอบ รีบประคองดอกเบญจมาศเขียวเดินเข้าไปยังห้องหลักของคุณหนูห้า
สี่สาวใช้ตัวน้อยอย่างสี่เอ๋อร์เห็นดังนั้นก็เดินเข้ามา มองตามแผ่นหลังของเหวินฉานด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ดอกเบญจมาศยังมีสีเขียวด้วยหรือ? แปลกจัง ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“ข้าก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน แต่ดูจากท่าทางระมัดระวังของพี่เหวินฉานแล้ว ดอกนี้คงล้ำค่ามากสินะ?”
ไฉ่เหอถามเจียงเหวินเยว่ด้วยความสงสัยอีกว่า “พี่เหวินเยว่ ท่านยังรู้จักคนในเรือนฮูหยินด้วยหรือ?”
เจียงเหวินเยว่ยิ้มพลางอธิบาย “พวกเจ้าก็รู้จัก นางคือพี่ชุนเถาที่เคยติดตามแม่นมสวี่ ตอนเราเรียนกฎระเบียบกันก่อนหน้านี้อย่างไรเล่า”
“ที่แท้ก็นางนี่เอง!”
อาสุ่ยถึงนึกออก นางพูดอย่างกระดากอายเล็กน้อย “เคยเห็นก็จริง แต่ไม่เคยพูดกันสักคำ ข้าเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ”
สี่เอ๋อร์กับคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน มีเพียงชุนเยี่ยนที่เคยพูดกับชุนเถาสักหนึ่งหรือสองประโยค แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน
